หนัง-เพลงหนัง 15 มีนาคม 2560 เวลา 07:32

คองห้าว! "Kong:Skull Island" ซิว$61ล้านแชมป์ทำเงิน"Logan" ทะลุ $400ล้านทั่วโลก/ "La La Land"ทึ่งไม่มีหมด

เป็นไปตามความคาดหมายสำหรับบ็อกซ์ ออฟฟิศ สัปดาห์นี้เมื่อ Kong: Skull Island หนังฟอร์มยักษ์จากค่าย Warner Bros โกยเงินคว้าแชมป์ไปครอง ด้วยยอดรายได้ประเดิมราว $61 ล้าน ถือเป็นการเปิดตัวที่แข็งแกร่ง สวนกระแสวิจารณ์ที่โดนติงเยอะมากว่าบทอ่อน แต่หนังแนวนี้อะนะ ขายความมันส์ และเทคนิคการถ่ายทำอยู่แล้ว ด้านอันดับสองสัปดาห์นี้ไม่ใช่ใคร Logan ภาคจบของวูล์ฟเวอร์รีนนั่นเอง เก็บไปอีก $37.85 ล้าน รวมทั่วโลกทะลุ $400 ล้านไปสบายๆ ประสบความสำเร็จอย่างสุดๆ และดูทรงแล้วน่าจะแซงหน้า The LEGO Batman Movie เพื่อเป็นหนังทำเงินในประเทศมากสุดปี 2017 แน่นอนทั้งที่เพิ่งฉายมา 10 วันเท่านั้น

เริ่มที่แชมป์กันเลย Kong: Skull Island อย่างที่บอกว่าเปิดตัวได้แข็งแกร่ง ทำเงินไปราว $61 ล้านจากสุดสัปดาห์สามวัน กลายเป็นหนังเรื่องที่สามที่ต้องบอกว่าทำเงินดีเกินความคาดหมาย ซึ่งอีกสองเรื่องที่เหลือคือ Logan aกับ Get Out ที่ ณ เวลานี้ยังทำเงินสนุกสนานอยู่เลย วกกลับมาที่ Kong: Skull Island พวกเขาทำเงินจากโรงฉาย 3,846 โรง เฉลี่ย $15,865 ต่อโรง ซึ่งดีกว่า San Andreas หนังที่ใกล้เคียงต่อการเอามาเทียบเคียงที่สุด ที่เปิดตัวด้วยรายได้ $54.5 ล้าน แต่ คิงคองยุคใหม่ ยังเปิดตัวแพ้ Godzilla (2014) เพราะรายของสัตว์ประหลาดตัวนี้ เปิดตัวไปกระจุยกว่า $93.1 ล้าน ก่อนจะจบรายได้ในประเทศที่ $200.7 ล้าน 

 

ต้องจับตาดูว่าด้วยรายได้เปิดตัวที่น้อยกว่า Godzilla ของ Kong: Skull Island มันจะทำได้ดีขนาดไหนในระยะยาว หนังได้เกรด "B+" จาก CinemaScore ซึ่งก็เท่ากับ Godzilla ขณะที่ผู้ชมแบ่งเป็นผู้ชาย 56% และผู้หญิง 44% โดยในจำนวนนี้เป็นคอหนังอายุ 35 ปีอัพ มากถึง 52% ส่วนวัยรุ่นอายุไม่ถึง 18 ปีมีแค่ 18% เท่านั้นเอง เรียกว่าคนรุ่นน้าเลยทีมาดูกัน แต่ถึงกระนั้น ผลสำรวจบอกว่าแฟนหนังอายุไม่เกิน 25 ปี ให้คะแนน Kong: Skull Island ด้วยเกรด "A" แสดงว่าถูกใจพอสมควร และมีสิทธิส่งผลดีในระยะยาวต่อไปได้ โดยคาดว่าเบาะๆ เลยตัวเลขต่ำ $160-170 ล้าน น่าจะเป็นสิ่งที่พอคาดหวังได้

 

แม้ตัวเลขรายได้ในประเทศอาจเปิดตัวสู้ Godzilla ไม่ได้ แต่ว่า Kong: Skull Island ทำได้ดีกว่าในตลาดต่างประเทศบางแห่ง โดยมันทำเงินไป $81.6 ล้านจากตลาด 65 แห่ง อาทิในยูเค เปิดตัว $7.6 ล้าน (ดีกว่า Godzilla 17%), เกาหลีใต้ $7.3 ล้าน  (ดีกว่า Godzilla 90%), รัสเซีย $6 ล้าน (ดีกว่า Godzilla 16%) หรือที่ เม็กซิโก $5.6 (พอๆ กับกว่า Godzilla) เป็นต้น โดยวันที่ 24 มีนาคม หนังจะเข้าฉายในตลาดใหญ่เอเชียอย่างเมืองจีน จากนั้นวันถัดมาหนังจะฉายที่ญี่ปุ่นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองประเทศเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ และมีสิทธิตัดสินเลยว่าหนัง (แทบทุกเรื่อง) จะประสบความสำเร็จหรือเจ๊ง โดยรายได้ทั่วโลกของ Kong: Skull Island ตอนนี้รวมอยู่ที่ราวๆ $142.6 ล้าน จากทุนสร้าง $185 ล้าน

 

ไหนๆก็เทียบกับ Godzilla มาตั้งแต่ต้น ย้อนไปปี 2014 Godzilla เปิดตัวตลาดต่างประเทศไป 64 แห่ง ทำเงินไป $103.4 ล้าน ก่อนจะสะสมไปจนจบที่ $328.4 ล้าน รวมรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ $529 ล้าน โดยทาง WB กับ Legendary วางแผนทำภาคต่อของ Godzilla เอาไว้แล้ว โดย Godzilla 2 จะเปิดกล้องปี 2019 จากนั้นปี 2020 ก็จะเป็นคิวของสงครามสัตว์ประหลาด Godzilla vs. Kong ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลงานทั่วโลกของ Kong: Skull Island จะถูกจับตามอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด 

 

Kong: Skull Island เล่าเรื่องราวการผจญภัยสุดระทึกของทีมนักวิทยาศาสตร์ ทหาร และนักผจญภัย ที่มารวมตัวกันเพื่อสำรวจเกาะในตำนานกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อน เป็นเกาะที่มีความอันตรายไม่แพ้ความงดงาม ทีมสำรวจถูกตัดขาดจากโลกที่พวกเขาคุ้นเคยแล้วก้าวเข้าสู่อาณาจักรของคองผู้ทรงพลัง พร้อมทั้งจุดชนวนการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เมื่อภารกิจการสำรวจครั้งนี้กลายเป็นภารกิจเพื่อความอยู่รอด พวกเขาจึงต้องต่อสู้เพื่อหาทางหนีออกจากสรวงสวรรค์ยุคดึกดำบรรพ์ซึ่งมนุษย์ไม่ควรเหยียบย่างเข้าไป หนังมีดาราดังแสดงเพียบทั้ง ทอม ฮิดเดิลสตัน, บรี ลาร์สัน, ซามูเอล แอล. แจ็คสัน และ จอห์น กู๊ดแมน 

 

มาต่ออันดับสองกันบ้าง Logan ทำเงินตลาดในประเทศทะลุ $100 ล้านตั้งแต่ 5 วันแรก เก็บเพิ่มอีก $37.85 ล้านในสุดสัปดาห์นี้ ทำให้ตอนนี้หนังทำเงินเกิน $150 ล้านไปแล้วจากการฉายแค่ 10 วันเท่านั้นเอง และหากนับเฉพาะหนัง Wolverine แบบฉายเดี่ยว 3 ภาค ตอนนี้ Logan อยู่อันดับสองจากการทำเงินมากสุด และต้องการอีกราว $27.2 ล้านเท่านั้นเพื่อทำเงินมากกว่า X-Men Origins: Wolverine (2009) ขณะเดียวกัน แม้รายได้สุดสัปดาห์นี้จะลดลงกว่า 57.2% ซึ่งถือว่าลดฮวบฮาบกว่าที่คาดหมาย แต่มองมุมหนึ่งมันก็ไม่แปลกขนาดต้องตกอกตกใจ กับหนังที่เปิดตัวดีมากๆ แถมนี่ยังมี Kong: Skull Island มาแย่งคนดูอีก มิหนำซ้ำต้องไม่ลืมนะว่านี่หนังเรต R 

 

ณ ตอนนี้ Logan เป็นหนังทำเงินในประเทศปี 2017 มากสุดอันดับสองของรองจาก The LEGO Batman ที่ทำเงินไปแล้ว (ตัวเลขยังไม่จบ) $159 ล้าน จากการฉายมา 5 สัปดาห์ และดูแล้ว Logan คงจะแซงหน้าแน่นอน (แม้ว่าจากนั้นอีกไม่นานตำแหน่งนี้น่าจะตกเป็นของ Beauty and the Beast ก็ตาม) ถึงกระนั้น ในตลาดต่างประเทศ Logan ครองอันดับ 1 หนังทำเงินมากสุดประจำปี 2017 แล้ว เมื่อเก็บเพิ่มอีกประมาณ $70.3 ล้านจาก 79 แห่ง รวมตอนนี้มันทำเงินไปราว $285.6 ล้าน ขณะที่รายได้ทั่วโลกกว่า $438.3 ล้าน ทำให้ Logan เป็นหนังทำเงินทั่วโลกมากสุดในจำนวนหนังวูล์ฟเวอร์รีน ทั้ง 3 ภาค

 

ต่อไปมาดูอันดับสาม Get Out หนังกระตุกขวัญจอมเซอร์ไพรส์จาก Universal และ Blumhouse ยังทำได้ดีเกินความคาดหมายเช่นเดิม รายได้ในสุดสัปดาห์นี้ลดลง 25.4% เท่านั้น เก็บไปอีกประมาณ $21 ล้าน ทำให้ยอดรายได้เฉพาะการฉายในประเทศอยู่ที่  $111 ล้าน (ทุนสร้าง $4.5 ล้าน) เป็นความสำเร็จที่เกินกว่าความคาดหมายของหนังของผกก.จอร์แดน พีล และตอนนี้ ในเวลาแค่ 3 อาทิตย์มันกลายเป็นหนังทำเงินมากสุดอันดับ 2 ตลอดกาลของ Blumhouse Productions ไปแล้ว โดยอันดับหนึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ Split นี่เอง โดยมันทำเงินไป $135,866,075 ... ทำเป็นเล่นไป ถ้าอาทิตย์หน้ายังรักษามาตรฐานได้ดี ได้มาอีกสัก 10 กว่าล้าน อาจแซงหน้าเอาก็ได้  

 

อันดับ 4 สัปดาห์นี้ก็คือ The Shack ของ Lionsgate ที่ดูเผินๆ จากใบปิดเหมือนหนังดราม่าน้ำตาท่วมจอ แต่ที่ไหนได้ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ตามสไตล์ของโปรดิวเซอร์ที่เคยทำ Life of Pi มาก่อน สัปดาห์นี้ฉายเป็นอาทิตย์ที่สอง เก็บไปอีกประมาณ $10 ล้าน รวมทำเงินในประเทศไปแล้วราว $32.26 ล้าน โดย The Shack สร้างจากนวนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ วิลเลียม พี. ยัง เล่าเรื่องราวของ แม็ค ฟิลลิปส์ (แซม เวิร์ธทิงตัน) ที่ชีวิตกำลังดำดิ่งสู่งห้วงความเศร้าจากการสูญเสียลูกสาวคนเล็ก จนเกิดคำถามเกี่ยวกับความเชื่อข้างในจิตใจ ไม่เว้นแม้แต่พระเจ้า กระทั่งเขาได้รับจดหมายลึกลับที่เชื้อเชิญเขาไปกระท่อมร้างกลางป่า โอเรกอน ทำให้เขาได้พบกับคนแปลกหน้า 3 คนนำโดยหญิงสาวที่ที่เรียกตัวเองว่า ปาป้า (ออคตาเวีย สเปนเซอร์) ที่นำทางเขาสู่อีกดินแดนเหนือคาดฝันที่เต็มไปด้วยสิ่งอัศจรรย์

 

ปิดท้ายอันดับ 5 สัปดาห์นี้ ซึ่งก็คือ The LEGO Batman Movie ที่เก็บเพื่มอีก $7.8 ล้านจาก 3,303 โรงฉาย ในสัปดาห์ที่ห้า ลดลงไม่มากไม่มาย แค่ -33.2% เท่านั้น รวมหนังทำเงินในประเทศไปแล้วทั้งสิ้นราว $159 ล้าน ขณะที่รายได้ตลาดต่างประเทศคือ  $116 ล้าน รายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ $275.32 ล้าน 

 

ดูหนังที่น่าสนใจเรื่องอื่นๆ กันบ้าง La La Land หนังขวัญมหาชน ฉายเป็นสัปดาห์ที่ 14 และอยู่ในท็อป 10 ของบ๊อกซ์ ออฟฟิศ นานถึง 13 สัปดาห์ โดยหนังอยู่อันดับ 9 เก็บไปอีก $1.7 ล้าน รวมรายได้ในประเทศอยู่ที่ $148.44 ล้าน และทั่วโลกกว่า $416 ล้าน ในส่วนของรายได้นั้นมหาศาลไม่ต้องพูดถึง แต่ที่น่าสนใจคือ La La Land เป็นเพียงหนังเรื่องที่ 4 ในรอบ 10 ปีหลังสุดที่ใช้เวลาอยู่ในท็อป 10 บ๊อกซ์ ออฟฟิศ นานถึง 13 สัปดาห์ โดยอีก 3 เรื่องที่เหลือคือ Zootopia (13 อาทิตย์, 2016), Frozen (16 อาทิตย์, 2013) และ Avatar (14 อาทิตย์, 2009) และสำหรับ La La Land นี่คงเป็นสัปดาห์สุดท้ายแล้วหละที่มันจะอยู่ท็อป 10 เพราะสุดสัปดาห์นี้จะมีหนังใหม่ฉายวงกว้าง 2 เรื่อง ( Hidden Figures ฉาย 12 อาทิตย์ อยู่ในท็อปเทน 10 อาทิตย์)

 

หนึ่งในสองเรื่องที่ว่าคือ Beauty and the Beast หนังฟอร์มยักษ์ของ Disney ที่จะเข้าฉายระดับ 4,000+ โรง และดูทรงแล้วมันจะเป็นหนังเรื่องแรกของปี 2017 ที่เปิดตัวเกิน $100 ล้าน โดยย้อนไปปีที่แล้ว The Jungle Book เปิดตัว $103.2 ล้าน ก่อนไปจบที่ $360 ล้านช่วงกลางเดือนเมษายน แต่ Beauty and the Beast น่าจะเปิดตัวดีกว่าแน่ๆ หากวัดจากข้อมูลของเว็บขายตั๋วออนไลน์ Fandango.com ที่บอกว่ามันขายได้กระจุยกว่า Captain America: Civil War ที่เปิดตัว $179.1 ล้าน นอกจากนี้ Fandango ยังบอกอีกว่า Beauty and the Beast เป็นหนังแฟมิลี่ที่มียอดขายตั๋วเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา เหนือกว่า Finding Dory เสียอีก เพราะรอบฉายมากกว่า 100 รอบทั่วประเทศถูกจองหมดเกลี้ยงก่อนหนังเข้าฉายถึง 2 สัปดาห์   
 

 

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ