หนัง-เพลงหนัง 10 มีนาคม 2560 เวลา 11:16

"เอ็มม่า วัตสัน"ว้าวหัศจรรย์ใน"Beauty and the Beast"

"Beauty and the Beast" "โฉมงามกับเจ้าชายอสูร" ไลฟ์แอ็กชั่นที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์อนิเมชั่นคลาสสิกจากดิสนีย์ นำแสดงโดยทีมนักแสดงสุดพิเศษ เอ็มม่า วัตสัน, แดน สตีเวนส์, ลุค อีวานส์, เควิน ไคลน์, จอช แก็ด, ยวน แม็คเกรเกอร์, สแตนลีย์ ตุชชี, ออดรา แม็คโดนัลด์, กูกู มบาธา-รอว์, แฮตตี้ มอราฮานและนาธาน แม็ค ร่วมด้วยเอียน แม็คเคลเลน และเอ็มม่า ธอมป์สัน การนำเสนอเรื่องราวและตัวละครที่ผู้ชมรักและรู้จักเป็นอย่างดี กำลังจะโลดแล่นมีชีวิตอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ในภาพยนตร์ดิสนีย์

การถ่ายทำหลักของ "Beauty and the Beast" โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เกิดขึ้นที่เชปเปอร์ตัน สตูดิโอส์ นอกกรุงลอนดอน และโลเกชั่นกลางแจ้งหลายแห่งในอังกฤษ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ปี 2015 เชปเปอร์ตัน ซึ่งสเตจการถ่ายทำของมันเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังทั้ง Lawrence of Arabia, Oliver! Gandhi,A Passage to India และ A Clockwork Orange มาแล้ว นี่คือโลเกชั่นที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับงานสร้างที่มีสโคปและความยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เพราะมันมีโรงถ่ายขนาดมหึมาและมีสเตจจำนวนมากรวมกันถึง 27 สเตจ ที่สามารถใช้สร้างฉากจริงๆ ที่มีสเกลใหญ่หลายฉากได้

 

แม้ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในฟอร์แมทไลฟ์แอ็กชั่น แต่มันก็ต้องใช้ภาพ CG และอนิเมชั่นจำนวนหนึ่งเช่นกัน และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทีมงานที่พวกเขาจะต้องถ่ายทำในสิ่งแวดล้อมที่ดูสมจริงจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะฉากขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและผ่านการออกแบบอย่างประณีตบรรจงจะช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์เรื่องนี้และเวอร์ชั่นภาพยนตร์ นอกจากนั้น ฉากจริงๆ เหล่านี้ยังถูกสแกนในคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นฟอร์แมทดิจิตอล 3D เพื่อสร้างภาพยนตร์วิชวล (พรี-วิซ) ก่อนที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นเพื่อช่วยกำหนดตำแหน่งของกล้องและการให้แสง

 

ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวคิด การเพิ่มอำนาจให้กับผู้หญิงของเรื่อง หัวหน้าแผนกทุกคนในทีมออก แบบ ซึ่งหลายคนเคยร่วมงานกับ ผู้กำกับ บิล คอนดอน บ่อยๆ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิง เช่นเดียวกับ มือลำดับภาพและผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกนักแสดง ซึ่งต่างก็เป็นสุดยอดในสายงานของพวกเธอ ซาราห์ กรีนวู้ด (ออกแบบงานสร้าง) และ เคที สเปนเซอร์ (ตกแต่งฉาก) ได้ร่วมงานกันมาเกือบสองทศวรรษแล้ว และทั้งคู่ต่างก็เคยร่วมงานกับ แจ็คเกอลีน ดูราน (ออกแบบเครื่องแต่งกาย) และ เจนนี เชอร์คอร์ (ออกแบบทรงผมและแต่งหน้า) มาก่อน ทั้งคู่มีความรักในโปรเจ็กต์นี้ไม่แพ้กันและได้แบ่งปันไอเดียและข้อมูลระหว่างหัวหน้าแผนกอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดการทำงานที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขึ้นมา

 

ในฐานะผู้ออกแบบงานสร้าง กรีนวู้ดมีหน้าที่ดูแลทุกแง่มุมที่เกี่ยวกับภาพวิชวลของภาพยนตร์เรื่องนี้ และสำหรับ "Beauty and the Beast" เธอก็ต้องการความรู้สึกแบบยุโรปที่เป็นอมตะ ในทำนองเดียวกับภาพยนตร์รักเรื่องเยี่ยมของฮอลลีวูด เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยและสถานที่ที่เฉพาะเจาะจง  ซึ่งก็คือฝรั่งเศสกลางทศวรรษที่ 18 แทนที่จะเป็นโลกเทพนิยายที่ไร้กาลเวลา และแม้ว่างานของแต่ละแผนกส่วนหนึ่งจะได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์อนิเมชันปี 1991 แต่ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก  เสื้อผ้า ทรงผม และเมคอัพ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามชีวิตจริงในฝรั่งเศสศตวรรษที่ 18 ทั้งสิ้น ด้วยความที่จริงๆ แล้ว เรื่องราวนี้เป็นเทพนิยาย มันก็เลยมีอิสระในการตีความยุคสมัยนั้นเพื่อสร้างลุคที่ค่อนข้างจะมีความแปลกใหม่ขึ้นมา

 

ทีมงานกว่า 100 ชีวิตได้ทำงานอย่างขยันขันแข็ง  เพื่อสร้างและตกแต่งฉากขนาดมหึมาทั้งหมด และสร้างสรรค์งานฝีมือจำนวนมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ จน เอ็มม่า วัตสัน กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ว่า  "ฉันเคยแสดงหนังมาหลายเรื่องที่มีงานฝีมือน่าทึ่ง แต่หนังเรื่องนี้พิเศษสุดจริงๆ เพราะพวกเขาได้ทำงานกับสิ่งที่เป็นที่รู้จักและรักเหลือเกินและสามารถรักษาสิ่งที่เรารู้จักและรักเอาไว้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้ต่อยอดและเพิ่มรายละเอียด มิติและเลเยอร์ให้กับมันด้วย ทุกคนรู้สึกว่ามันมีอะไรให้ค้นมามากว่านั้น และโชคดีที่มันเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยี งานฝีมือและวิธีการเล่าเรื่องราวในปัจจุบัน ที่เราไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้น่ะค่ะ"

 

"วิลเลอเนิฟ คือหมู่บ้านสมมุติ ที่เบลล์ ที่ฉันรับบท และพ่อของเธออาศัยอยู่ ถูกสร้างขึ้นในโรงถ่ายที่เชปเปอร์ตัน สำหรับฉากนี้มันมีขนาดใหญ่ที่สุดของงานสร้าง ใหญ่มากๆ เลยคะ  (28,787 ตารางฟุต) ฉันรู้มาว่า กรีนวู้ด ( มือลำดับภาพ )  และทีมงานของเธอนั้นได้แรงบันดาลใจจากหมู่บ้านกงก์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส สิ่งที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ถูกตั้งชื่อตาม กาเบรียล-ซูซานน์ บาร์บ็อต เดอ วิลเลอเนิฟ คนเขียนเรื่องราว "Beauty and the Beast" ต้นฉบับ เลยคะ เพียงแค่ฉันเดินเข้าไปสิ่งที่ปรากฏต่อสายตา มันประกอบไปด้วยกระท่อมของเบลล์ โรงเรียน ร้านเสื้อผ้า ร้านเหล้า โบสถ์ และจัตุรัสกลางหมู่บ้าน มัน ว้าวววววววว !!!!! ที่สุดไปเลยคะ"

 

แผนกศิลป์ใช้เวลาหลายเดือนในการค้นคว้า สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในของยุคสมัยนั้น เพื่อสร้างลุคของปราสาทเจ้าชาย/อสูร ที่สุดแล้ว มันก็เป็นการผสมผสานของสถาปัตยกรรมสไตล์ต่างๆ แต่สไตล์หลักๆ ที่ใช้คือเฟรนช์โรโกโก้ ซึ่งเป็นสไตล์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในฝรั่งเศส ยุค 1740 ในการออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่สง่างามอย่างพระราชวังแวร์ซายล์ "โรโกโก้ เป็นการออกแบบสไตล์ฝรั่งเศส ที่รายละเอียดค่อนข้างจะสุดโต่งทีเดียวค่ะมันเป็นธีมการออกแบบที่อายุสั้นมากๆ เพราะมันทั้งเข้มข้น เยอะและแพงมากๆ แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อลุควิชวลโดยรวมในหนังของเราอย่างมากค่ะ" 

 

"ความแตกต่างสำคัญอย่างหนึ่ง ระหว่างปราสาทหลังนี้ กับ ปราสาทจากภาพยนตร์อนิเมชั่น คือลุคที่พัฒนาขึ้นของมัน “ปราสาทในหนังอนิเมชั่นจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยระหว่างเรื่อง แต่ด้วยความที่เราทำงานกับฟอร์แมทไลฟ์แอ็กชัน เราก็เลยสามารถแสดงให้เห็นถึงการที่ผลลัพธ์ของคำสาป ที่มีต่อปราสาทเมื่อเวลาผ่านไปได้ สำหรับสไตล์โรโกโก้ ทุกอย่างเยอะไปหมด แต่มันยังมีความมีชีวิตชีวามากๆด้วย และสิ่งที่เราต้องการนำเสนอในการออกแบบของเราคือความเปลี่ยนแปลง อย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังต้องคำสาป ซึ่งสะท้อนให้เห็น จากพื้นผิวมันวาวในปราสาท ต้นไม้ที่ตัดแต่งทรง สถาปัตยกรรมและรูปปูนปั้นค่ะ" กรีนวู้ด ให้ข้อมูล 

 

การออกแบบเครื่องแต่งกายที่เหมาะกับโลกเทพนิยายเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็เป็นงานที่ แจ็คเกอลีน ดูราน ตอบรับด้วยความยินดี แผนกของเธอที่ประกอบไปด้วยช่างตัดเย็บ ช่างทำหมวก ช่างอัญมณี ช่างทาสีและศิลปินสิ่งทอ เริ่มทำงานก่อนที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นสามเดือน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะความท้าทายที่พวกเธอกำหนดให้กับตัตวเองในการออกแบบและสร้างชุดที่พอเพียงและเป็นไปตามหลักจริยธรรม ที่ตัดเย็บจากเนื้อผ้าจากการค้าที่เป็นธรรม (หมายถึงการใช้วัตถุดิบออร์แกนิคจากผู้จัดหาสินค้า ที่ให้ค่าจ้างที่เป็นธรรมกับพนักงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม) ซึ่งพวกเธอทำสำเร็จ และในการร่วมงานกับอีโค เอจและกรีน คาร์เพ็ต ชาเลนจ์ แผนกของเธอได้ใช้สีย้อมผ้าตามธรรมชาติ  ที่ส่งผลกระทบต่ำ (มีการกำจัดน้ำเสียอย่างระมัดระวัง) และพิมพ์ผ้าด้วยบล็อกไม้แบบดั้งเดิม

 

ดูราน ได้ออกแบบทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้าของชาวบ้านสำหรับชาวบ้านทุกคนไปจนถึงชุดราตรีหรู ที่สวมโดยสาวงาม 35 คนในงานเลี้ยงเต้นรำของเจ้าชาย แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดของเธอ คือการสร้างชุดเดรสที่เบลล์สวมตอนที่เธอเต้นรำกับอสูรในห้องบอลรูมของปราสาท ด้วยภาพจำของชุดเดรสสีเหลืองและตัวละครตัวนี้ กระบวนการออกแบบจึงดำเนินไปอย่างยาวนาน และมีการพูดคุยกันหลายครั้งเกี่ยวกับลุค สีสันและวัตถุดิบที่ใช้

 

เอ็มม่า วัตสัน กล่าวว่า "มันเป็นความท้าทายที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ เดรสชุดนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของฉากโรแมนติกในเรื่อง แม้ว่าเดรสนี้จะผ่านการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุด เราก็ตัดสินใจว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเดรสนี้จะต้องดูสวยงามเวลาเต้นรำ เราอยากให้มันให้ความรู้สึกเหมือนว่ามันสามารถล่องลอยและโบยบินได้ เบลล์คนนี้ได้ทำงาน และ ขี่ฟิลิปป์ ม้าของเธอ และสวมรองเท้าบู๊ทในฉากพวกนั้น (แทนที่จะเป็นรองเท้าแบบผู้หญิงที่บอบบาง) เราอยากจะขยายลักษณะนิสัยของเบลล์ในหนังเรื่องนี้ และอยากจะทำให้แน่ใจว่าภาพของเธอปรากฏออกมาในลักษณะของนักขี่ม้าหญิงตัวจริงน่ะค่ะ เราก็เลยทำให้แน่ใจว่าเธอจะมีรองเท้าที่เหมาะสมและยกกระโปรงด้านหนึ่งของเธอให้สูงขึ้นหน่อย เพื่อที่เธอจะสามารถขี่ม้าสไตล์ตะวันตกได้ ในลักษณะที่ง่ายดายสำหรับเธอค่ะ" 

 

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ