หนัง-เพลงหนัง 13 มกราคม 2560 เวลา 09:05

20เหตุผลต้องดู"LA LA LAND"

ในงานลูกโลกทองคำ ที่ผ่านมา LA LA LAND สร้างผลงานกระหึ่มตั้งแต่ตอนมีชื่อเข้าชิงมากถึง 7 สาขา แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ LA LA LAND กวาดรางวัลเรียบ 7 สาขา ซึ่งเนื้อๆ เน้นๆ ทั้งนั้น อาทิ ผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และดารานำทั้งชาย-หญิงในสายคอมเมดี้ & มิวสิคัล ลำพังรางวัลพวกนี้ก็การันตีคุณภาพของ LA LA LAND แล้ว แต่กับคนที่ยังกังขาอยู่ มาดูเหตุผลว่าทำไม LA LA LAND ถึงเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

1. LA LA LANDนับเป็นภาพยนตร์ที่ครบรส ครบเครื่องด้านศิลปะมากที่สุด เพราะจัดเต็มตลอดเรื่อง ทั้งร้อง เล่น เต้น แสดง พร้อมความอลังการของฉากภาพยนตร์ที่เนรมิตให้มหานครลอสแองเจิลลิสกลายเป็นนครแห่งดารา

 

2.LA LA LANDภาพยนตร์รักโรแมนติก-มิวสิคคัลเรื่องเยี่ยม ถ่ายทอดความรักและความฝันผ่านบทเพลงแสนไพเราะ ผลงานจากผู้กำกับแนวหน้าวงการฮอลลีวูด “ดาเมี่ยน ชาเซลล์”จากภาพยนตร์ดนตรีสร้างแรงบันดาลใจอย่าง Whiplashที่เคยคว้ามาถึง 3 รางวัลออสการ์

 

3.LA LA LANDภาพยนตร์กระแสแรง กวาดคำชมจากนักวิจารณ์ทั่วโลกมาแล้วในทุกงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ และนับเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังจับตามากที่สุด ต่างยกให้เป็นภาพยนตร์เต็งหนึ่งรางวัลออสการ์ประจำปีอีกด้วย

 

4.ผู้กำกับ "ดาเมี่ยน ชาเซลล์" หยิบความคลาสสิคแบบ Old Hollywood ในภาพยนตร์คลาสสิคหลายๆเรื่อง มาผสมผสานกับเรื่องราวในปัจจุบันเสียใหม่ กลายเป็นความร่วมสมัยที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิคได้เป็นอย่างดีและน่าติดตาม ทำให้ LA LA LANDเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังทุกคนห้ามพลาด

 

5.LA LA LANDระดมหัวกะทิด้านดนตรี มาร่วมทีมสร้างสุดยิ่งใหญ่ อาทิ "จัสตินเฮอร์วิทซ์" นักแต่งเพลงชั้นเยี่ยมจาก Whiplash "เบนจิ พาเซค" และ "จัสตินพอล" นักแต่งเพลงระดับบรอดเวย์ ซึ่งเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่ และแกรมมี่ อวอร์ด มาแล้ว “มาอุสเดอวรีส์” จากภาพยนตร์ดัง Moulin Rougeและ Romeo + Julietร่วมถ่ายทอดความรักและความฝันผ่านเสียงเพลงที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้ชมไม่รู้ลืม นับเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

6.LA LA LAND ปลุกกระแสการเต้นร่วมสมัยให้กลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบโดย "แมนดี้มัวร์" ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการ So You Think You Can Danceและนับเป็นครั้งแรกที่เธอจะนำศิลปะการเต้นขึ้นสู่จอกว้างในโรงภาพยนตร์

 

7. ผลงานการแสดงที่ดีที่สุดของสองนักแสดงมากฝีมือแห่งโลกภาพยนตร์อย่าง "เอมม่าสโตน" และ "ไรอัน กอลลิ่ง" ที่เรื่องนี้ต้องร้อง เล่น เต้นเอง ผ่านการทุ่มเทและฝึกฝน เพื่อให้ LA LA LANDกลายเป็นภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

 

8.การโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งของสองนักแสดงนำที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วด้วยกันทั้งคู่ "เอมม่าสโตน" จาก Birdman (2014)และ "ไรอัน กอลลิ่ง" จาก Half Nelson (2006) ร่วมถ่ายทอดความรักสุดโรแมนติกและรวดร้าว ใน LA LA LAND นครดารา

 

9.นอกจากได้สองนักแสดงนำผู้เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์อย่าง "เอมม่า สโตน" และ "ไรอัน กอลลิ่ง" แล้ว LA LA LANDยังได้นักแสดงชื่อดังมากฝีมือแถวหน้าฮอลลีวูดอย่าง "เจ เคซีมมอนส์" และนักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลกขวัญใจแฟนเพลงวัยรุ่นอย่าง "จอห์น ลีเจนด์" มาร่วมสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

 

10.นอกจาก "จอห์น ลีเจนด์" จะเป็นหนึ่งในทีมนักแสดงแล้ว เขายังร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ "StarA Fire" ที่วง The Messengers ใช้แสดงในภาพยนตร์อีกด้วย

 

11.นับเป็นการแจ้งเกิดด้านการแสดงอย่างเต็มตัวของ "จอห์น ลีเจนด์" เพราะเรื่องนี้เขาได้รับคำชมจากทีมนักแสดงด้วยกันอย่างล้นหลาม" ถ้ามองในด้านดนตรี เขายอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้ามองในด้านการแสดง เขาเล่นเข้ากับ ไรอัน ได้ดีมาก เขาทำให้เราตะลึงไปเลย เขามีทักษะโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ผมว่าเราจะได้เห็นเขาเล่นหนังมากขึ้นแน่นอน ไม่ใช่แค่ร้องเพลงอย่างเดียวแล้วล่ะ" คำสัมภาษณ์จากทีมอำนวยการสร้าง

 

12.LA LA LAND ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวนักฝัน ที่ออกเดินทางตามหาความฝันในมหานครลอสแองเจิลลิส เมื่อเส้นทางความรักของทั้งคู่เดินทางมาเจอกัน แต่ทว่าไม่อาจขับเคลื่อนไปพร้อมความฝันได้ กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ นำไปสู่การเริ่มต้นของเรื่องราวความรักสุดอัศจรรย์และแสนปวดร้าว

 

13. ฉากการร้องเพลงที่ปรากฎให้เห็นในภาพยนตร์ ส่วนใหญ่เกิดจากการร้องเพลงสดจากนักแสดงจริงๆ ยกตัวอย่างฉากเพลง "Audition" และ "City of Stars" ทั้ง "เอมม่าสโตน" และ"ไรอัน กอลลิ่ง" ต้องร้องสดในฉากนั้นจริง เพื่อสื่อสารอารมณ์ของตัวละครให้ออกมาสมจริงมากที่สุด 

 

14.ด้านฉากการถ่ายทำสุดอลังการ ทีมงานต้องเลือกใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำ ยกตัวอย่างเช่น ฉากเปิดของภาพยนตร์ที่เปลี่ยนการจราจรติดขัดบนถนนทางหลวงของลอสแองเจิลลิสให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำนั้น ทีมงานต้องเตรียมงานกันอย่างหนักหน่วง โดยซ้อมก่อนถ่ายทำจริงถึง 3 เดือน และต้องถ่ายให้เสร็จสมบูรณ์เพียงเทคเดียวเท่านั้น 

 

15.อีกฉากการเต้นที่ทีมงานทุ่มเทมากๆ นั่นคือฉากการเต้นในหอดูดาว ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เพราะนักแสดงต้องเต้นรำบนเส้นสลิงจริงๆ เพื่อถ่ายทอด "การเต้นที่ไร้แรงดึงดูด" ให้ออกมาสมจริงมากที่สุด ตอกย้ำความพิถีพิถันของทีมงานที่ละเอียดปราณีตทุกขั้นตอนการถ่ายทำ

 

16.การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง LA LA LAND ถ่ายทำด้วยฟิล์มม้วน 35 มม. ตลอดทั้งเรื่อง และต้องเปลี่ยนฟิล์มตลอดทุกๆ 10 นาที ดังนั้นในการถ่ายทำฉากใหญ่ๆ จึงจำเป็นต้องถ่ายให้เสร็จเพียงเทคเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์จึงปราศจากเทคนิคพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อถ่ายทอดมุมมองภาพยนตร์แบบยุคเก่าให้เข้ากับเรื่องราวในยุคสมัยใหม่ ส่งให้LA LA LAND กลายเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานของเก่ากับของใหม่ได้อย่างลงตัว 

 

17.ทีมงานเลือกสถานที่หลักในการถ่ายทอดเรื่องราวความรักและความฝันของสองศิลปิน ผ่านมหานครลอสแองเจิลลิส ด้วยความที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว นั่นคือความคลาสสิคและความโมเดิร์นที่แอบแฝงอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นมหานครแห่งคนช่างฝันอีกด้วย อีกทั้งยังเต็มไปด่วยวัฒนธรรมป๊อปที่หาได้ยากจากสถานที่อื่นๆ

 

18.นอกจากความอลังการด้านต่างๆของภาพยนตร์ทั้งฉาก แสง เพลงประกอบ ท่าเต้น และนักแสดงแล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำว่า LA LA LANDเป็นภาพยนตร์ทรงคุณค่าเรื่องหนึ่งของโลก นั่นคือเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของนักแสดง โดยได้ "แมรี่ ซอเฟรส" นักออกแบบเครื่องแต่งกายที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากNo Country For Old Menและ Interstellar มารังสรรเครื่องแต่งกายของนักแสดงแต่ละคนมากกว่า 50 ชิ้น เพื่อสร้างบรรยากาศของภาพยนตร์ให้ดูวินเทจมากขึ้น เรียกได้ว่า แฟชั่นใน LA LA LANDก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจับตามอง

 

19. ความพิถีพิถันของการออกแบบเครื่องแต่งกายถูกตอกย้ำผ่านการเลือกสีของแต่ละชุดในทุกฉากการถ่ายทำ เพื่อให้ภาพรวมของ LA LA LANDสะท้อนภาพยนตร์ยุคคลาสสิคให้มากที่สุดนั่นเอง และเพื่อสะท้อนให้เห็นภาพตัวละครมากขึ้นอีกด้วย "มันดูเป็นธรรมชาติมากมีการเล่นสีในหนังมิวสิคัลยุคคลาสสิค แต่ในเรื่องนี้เราทำมันให้สอดคล้องกับความเป็นตัวละครด้วย" คำสัมภาษณ์ของผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย "แมรี่ ซอเฟรส"

 

20. LA LA LANDภาพยนตร์รักโรแมนติก-มิวสิคคัลเรื่องล่าสุด เตรียมมอบประสบการณ์ชมภาพยนตร์ครั้งใหม่ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังออกเดินตามหาความฝันได้เป็นอย่างดี "สิ่งที่คนดูจะได้รับในหนังเรื่องนี้ คือการปลุกแพชชั่นในตัวคุณออกมา เพราะรากลึกของหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความสร้างสรรค์ ผมคิดว่า LA LA LAND เกี่ยวกับความหลงใหลในบางอย่าง มันเกี่ยวกับความหลงในศิลปะ หลงใหลในความรัก และความหลงใหลนั่นเองที่ผลักดันพวกเราจนมีหนังเรื่องนี้" ผู้กำกับไฟแรง ดาเมี่ยน แชเซลล์กล่าว

 

 

 

 

 

อ่านเรื่องอื่นๆ