หนัง-เพลงหนัง 7 พฤศจิกายน 2558 เวลา 08:02

โสด?สวย?หรือ...จะเลือกเป็นสัตว์ตลอดไป?THE LOBSTER โสด เหงา เป็น ล็อบสเตอร์

เธอเป็นทั้งนางเอกหนังบล็อกบัสเตอร์ เธอได้ร่วมงานกับสุดยอดคนทำหนังหลายคนเธอเคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว (ยังไม่ต้องสาธยายอีกหลายรางวัล)แต่ครั้งนี้เธอจะพาคุณไปยังโลกอนาคตสุดเพี้ยน ใน The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) หนังที่เธอบอกกับสื่อว่า "ฉันกระหายอยากเล่นบทแบบนี้เหลือเกิน"ลองมาฟังคำบอกเล่าจากปากของเธอเอง

   ราเชล ไวซ์ เกิดในปี 1970 (ปีนี้เธออายุ 45 แล้ว) เธอเริ่มสนใจศาสตร์การแสดงตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ตอนเรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เธอกับเพื่อนก็ได้ตั้งคณะละครเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะเริ่มเข้าวงการในยุค 90 ถ้าคุณยังจำได้ เธอเคยเป็นนางเอกประกบเคียนู รีฟส์เรื่อง Chain Reaction (เชน รีแอคชั่น) อยู่ในหนังที่งามงดของแบร์นาโด แบร์โตลุชชีเรื่อง Stealing Beauty (สตีลลิ่ง บิวตี้) และผลงานมากมายนับจากนั้นที่แสดงให้เห็นว่าเธอวางตัวเองในฐานะนักแสดง "ที่ท้าทายตัวเองตลอดเวลา" มากกว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์

    ในคานส์ปีนี้ ราเชล ไวซ์มีหนังเข้าสายประกวดถึง 2 เรื่อง คือ Youth (ยูธ) ของผู้กำกับชาวอิตาเลียน เปาโล ซอร์เรนติโน่ และ The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) ของผู้กำกับยอร์กอส ลานธิมอส เธอเล่าว่า "ฉันเป็นคนเข้าไปทำความรู้จักกับยอร์กอสเองเลยค่ะ ตอนที่ได้ดูหนังเรื่อง Dogtooth (ด็อคทูทห์) ของเขาจบลงเมื่อหลายปีก่อน ฉันอยากร่วมงานกับเขาสุดๆ"

 
    คุณได้ยินคนพูดถึง The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) ว่าอย่างไรบ้าง
    ฉันได้ยินคนพูดว่า หนังเรื่อง The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) ทำให้พวกเขานึกถึงแอพพลิเคชั่น Tinder (ทินเดอร์) ในสมาร์ทโฟน (แอพหาคู่) ซึ่งฉันไม่ได้อินด้วยหรอกค่ะ เพราะฉันแต่งงานแล้ว (สามีของเธอคือ แดเนี่ยล เครก พระเอก James Bond (เจมส์ บอนด์) ) ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเย้ยหยันเหลือเกินที่สังคมมักจะกดดันให้พวกเราหาคู่ครองที่เพอร์เฟคต์ แต่ความรักที่เพอร์เฟคต์แบบในหนังโฆษณาน่ะมันไม่มีอยู่จริงหรอก

     คุณเป็นคนติดต่อยอร์กอสเองเลยใช่หรือเปล่า ที่จะมาเล่นหนังเรื่อง The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) ?
    จริงๆ แล้ว ฉันกำลังจะเล่นหนังอีกเรื่องของเขาค่ะ บทหนังเรื่องนั้นเสร็จไปแล้ว แต่นายทุนก็ไม่ฉลาดพอและไม่กล้าพอที่จะสร้าง เพราะว่ามันดาร์กเกินไป ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงกำลังเขกหัวตัวเองอยู่ แต่ก็นั่นแหละ ฉันกับยอร์กอสก็ติดต่อกันอยู่เป็นระยะๆ วันนึงเขาบอกฉันว่า เขากำลังเขียนบทหนังเรื่องใหม่อยู่ หลังจากนั้นเขาก็ส่งสคริปท์เรื่อง The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์)  มาให้ฉัน

    การถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง? วิธีการทำงานของเขาเป็นอย่างไร?
    ไม่มีการซักซ้อม ไม่มีการตีความตัวละคร ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นค่ะ สิ่งเดียวที่เขาเข้ามายุ่งย่ามกับตัวฉันก็คือ เสื้อผ้าตอนเข้าฉาก เขามาคอยเลือกว่าฉันจะต้องใส่ผ้าคลุมแบบไหน เสื้อหนาวแบบไหน บูทคู่ไหน แค่นั้นเอง

     คุณรู้สึกอย่างไร พอผู้กำกับไม่ต้องมาตีความตัวละครให้คุณ?
    ฉันรักวิธีนี้มากเลย เขาคอยสั่งการโน่นนี่ทุกอย่างเวลาเข้าฉาก แต่เขาจะไม่วิเคราะห์อะไรทั้งนั้น บรรยากาศที่เขาสร้างขึ้นทำให้หนังของเขามีลักษณะพิเศษ ทุกคนแตกต่างกันไปหมด และพวกเขาก็เป็นธรรมชาติกันมาก แต่ทุกคนกลับออกมาในโทนเดียวกันในโลกที่เขาสร้างขึ้น เขากำกับคุณแบบละเอียดมาก บางฉากนั้นก็กินไปหลายเทค เพื่อจะให้การแสดงลงตามจังหวะแบบลานธิมอส โดยที่เขาไม่ได้พยายามอธิบายมันโดยใช้จิตวิทยาหรือปรัชญาใดๆ เลย

    แต่ละคนก็ตีความ The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) ต่างกันออกไป แล้วสำหรับคุณ หนังเรื่องนี้คืออะไร?
    ฉันคิดว่ามันเป็นหนังรักโรแมนติกค่ะ เหมือนเส้นทางของชายที่ชื่อเดวิด ว่ากว่าจะมาพบรักกับสาวสายตาสั้นนั้นมันเป็นมาอย่างไร ฉันคิดว่าในมุมมองแบบทั่วๆ ไป นี่คือหนังรักโรแมนติกเลยล่ะ ประเภทก่อนจะรักกันได้ก็ต้องเจออุปสรรค ไม่ต่างอะไรกับโรมิโอกับจูเลียต เต็มไปด้วยความโหยหาและความปรารถนา

    อย่างตัวละครใน "เดอะโฮเต็ล" ล่ะ ทุกคนที่มาที่นั่นจะต้องหาคู่ที่เหมาะสมกับตัวเอง คุณคิดเห็นอย่างไร?
    สำหรับฉันมันก็สะท้อนอาการหลงตัวเองของมนุษย์มากๆ ค่ะ คนเราเวลาเลือกคู่ก็ต้องดูว่าคนไหนจะเหมาะสมกับฉันนะ การหาคนคู่ควรก็ไม่ต่างอะไรกับการหลงรูปตัวเอง

    คุณทำงานกับสุดยอดผู้กำกับมาหลายคนทีเดียว เป็นอย่างไรบ้าง?
    ใช่ค่ะ แต่ฉันก็ชอบทำงานกับผู้กำกับหน้าใหม่ด้วยนะ หนังมันเป็นสื่อกลางของผู้กำกับ ฉันในฐานะนักแสดงก็เป็นแค่หนึ่งในองค์ประกอบหนึ่งแค่นั้น การกำกับคือการกำหนดโทน การควบคุมองค์ประกอบ ผู้กำกับมีหน้าที่สร้างจักรวาลของตัวเองขึ้นมา ฉันว่ามันเหนือชั้นมากเลยนะ คุณอยู่ในมือของผู้กำกับที่กำลังถักทองานของเขาอยู่

    คุณต้องไว้ใจผู้กำกับมากๆ ทีเดียว?
    ใช่ค่ะ มันก็เหมือนกับที่คุณสัมภาษณ์ฉันนี่แหละ คุณต้องใช้สัญชาตญาณของคุณเองว่าจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดหรือเปล่า มันเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากๆ คุณจะรู้สึกเองว่า ที่ฉันพูดไปน่ะมันจริงหรือตอแหล คุณจินตนาการในสิ่งที่ฉันพูด แค่นั้นเอง มันเป็นแบบนั้น

    สาวสายตาสั้น ที่คุณรับบท ดูเป็นคนดุร้าย ดื้อรั้นมากเลย ซึ่งคุณเล่นได้ดีมาก ?
    ฉันว่าสาวสายตาสั้นออกจะเป็นคนเปราะบางอยู่นะ 

    คุณว่าเธอรั้นมากเลยเหรอ?
    เพราะสาวสายตาสั้นเป็นพวกต่อต้านกฎเกณฑ์สังคม ฉันว่า คนดูทุกคนคงตีความตัวละครออกมาไม่เหมือนกัน แต่ฉันชอบไปอยู่ในที่เลอะๆ ค่ะ สนุกดี

    คุณรู้สึกไหมว่าตัวคุณชอบบทผู้หญิงที่อยากผูกมัด?

    ฉันคิดว่า มันน่าสนใจนะที่จะได้เล่นเป็นตัวละครที่ผูกตัวเองไว้กับอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ อย่างเช่น ติดเหล้าอะไรแบบนั้น ฉันว่ามันน่าสนใจดี ไม่ว่าแรงขับในการผูกมันนั้นจะดีหรือร้าย จะทำลายตัวเองหรือไม่ ใช่ค่ะ ฉันว่าบทที่มันเต็มไปด้วยความกระหายอยากแบบนี้มันน่าสนใจมาก การเล่นบทที่ต้องเป็น "ผู้รับ" เล่นยากนะคะ

     โจดี้ ฟอสเตอร์เคยบอกว่า เธอเล่นได้แต่บทผู้หญิงเข้มแข็งเท่านั้น ดีหรือเลวก็ได้ แต่ต้องเข้มแข็ง เพราะเธอเล่นบทผู้หญิงอ่อนแอไม่ได้เลย
    ฉันคิดว่า ตัวละครของฉันในหนังเรื่อง Deep Blue Sea (ดีพ บลู ซี) เป็นคนที่เปราะบางสุดๆ เธอมีความกระหายมีแรงขับในการอยากครองรักกับผู้ชายคนนี้ ยอมทิ้งสามีเลย ชีวิตเธอชิบหายมาก ที่โจดี้ ฟอสเตอร์พูด...ฉันก็ไม่เข้าใจความหมายของเธอนะคะ คือเราก็คงไม่ถามผู้ชายใช่มั้ยว่า "คุณอยากเล่นบทผู้ชายเข้มแข็งไหม" มันฟังดูเหมือน เราอ่อนแอเพราะเราเป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ ซึ่งฉันไม่เห็นด้วยเลย ผู้หญิงอ่อนแอเป็นอย่างไร หมายถึงยกของหนักไม่ไหวอย่างนั้นเหรอ? เอาเป็นว่า ฉันชอบเล่นบทผู้หญิงที่ฉันคิดว่ามันน่าสนใจ ผู้หญิงที่แรงขับเยอะๆ มีความกระหาย มีความอยากมากๆ

     ซึ่งบท สาวสายตาสั้น ที่คุณเล่นใน The Lobster (เดอะ ล็อบสเตอร์) เป็นแบบนั้น
    แน่นอนค่ะ ฉันคิดว่ามันเป็นบทที่ดีมากๆ ในฐานะนักแสดงที่ต้องการอะไรที่มันท้าทาย และคนดูเองก็น่าจะตื่นเต้นด้วยที่ได้ดูอะไรแบบนี้