หนัง-เพลงหนัง 28 ตุลาคม 2558 เวลา 08:05

$15.73 ล้าน!"The Martian"รีเทิร์นแชมป์"วิน ดีเซล" มึน "The Last Witch Hunter" แป็ก

ด้วยเหตุที่หนังใหม่ที่พาเหรดกันเข้าฉายแบบวงกว้าง ระดับหนึ่งพันโรงอัพ ผลงานดูไม่จืด ไม่ว่าจะเป็น "The Last Witch Hunter" ของพี่เหม่ง วิน ดีเซล หรือหนังผีอย่าง "Paranormal Activity: The Ghost Dimension" ทำให้แชมป์บ๊อกซ์ ออฟฟิศ สุดสัปดาห์นี้ กลับไปตกอยู่ในมือคนหน้าเดิม The Martian ที่ทะยานขึ้นมาเสนอหน้าอีกครั้ง โดยมี Goosebumps หนังผีฮาเฮของค่าย Sony ที่บี้กันมาอย่างสนุก ห่างกันราวๆ $207,006 เท่านั้น

  The Martian หนังไซ-ไฟสามมิติ แนวอวกาศของ ริดลี่ย์ สกอตต์ ที่มี แม็ตต์ เดม่อน แสดงนำ เข้าฉายเป็นสัปดาห์ที่ 4 เก็บเพิ่มอีก $15.73 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ที่แล้วแค่ 26% เรียกว่าแทบจะไม่แตกต่างเลย แต่ก็อย่างที่บอกแหละว่า หนังใหม่ที่เข้าฉายนัดกันทำผลงานแย่ ตอนนี้ The Martian ยิ้มหวาน รับไปเบาะๆ แล้ว $166.19 ล้าน จากการาเข้าฉาย 24 วัน มากกว่า Interstellar ที่ทำได้ $147.04 ล้าน ในเวลาเท่ากัน แต่ก็ยังตามหลัง Gravity ที่ทำได้ถึง $199.65 ล้าน    

    ต่อกันที่ Goosebumps หนังแฟนตาซี ที่ฉายต้อนรับคริสมาสต์ เล่าเรื่องราวของ แซค คูเปอร์ เด็กชายที่ย้ายจากเมืองใหญ่มาอยู่ในเมืองเล็ก ซึ่งเขาพบว่าเพื่อนบ้านของเธอเป็นเด็กสาวสวยชื่อ ฮันนาห์ เธอค่อนข้างจะประหลาดและเหมือนมีความลับซ่อนไว้ โดย ฮันนาห์ เป็นลูกสาวของ อาร์. แอล. สไตน์ นักเขียนนวนิยายขายดี Goosebumps อยู่มาวันหนึ่ง แซค ได้พบว่าหนังสือ  Goosebumps ของ สไตน์ มีปีศาจถูกขังอยู่ข้างใน และเขาบังเอิญไปปล่อยพวกมันออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ความโกลาหลจึงเริ่มต้นขึ้น เขาต้องร่วมมือกับ ฮันนาห์ ในการพาพวกมันกลับเข้าไปในหนังสืออีกครั้ง 

    Goosebumps เปิดตัวเป็นแชมป์เมื่อสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย อาทิตย์นี้รายได้ไม่แตกต่างนัก ลดลง 34% เก็บเพิ่ม $15.53 ล้าน ถือเป็นสัปดาห์ที่สองที่แข็งแรงมาก และเดี๋ยววันเสาร์ที่จะถึงนี้จะเป็นวันคืนปล่อยผี ฮัลโลวีน น่าจะเป็นแรงบวกให้หนังมีสัปดาห์ที่ดีอีกครั้ง ส่วนนับแค่ตอนนี้ ผ่านมา 10 วัน หนังทำเงินรวมแล้ว $43.74 ล้าน ยังอยู่ในระดับที่สตูดิโอคาดเอาไว้ และเทียบกับหนังผีแบบหลอกจริงจังอย่าง Ouija แล้ว Goosebumps ทำดีกว่าเยอะ เพราะ Ouija ทำเพียง $34.80 ล้าน (จาก 10 วันเท่ากัน)

    อันดับสามคือ Bridge of Spies จากค่าย Disney และ DreamWorks ภาพยนตร์ดราม่าระทึกใจ ซึ่งมีฉากหลังเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ กับเรื่องราวของ เจมส์ โดโนแวน ทนายความคดีเรียกร้องค่าสินไหม ซึ่งถูกผลักมาอยู่ ณ ใจกลางของสงครามเย็น เมื่อ CIA ส่งเขาไปทำภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้ ในการเจรจาปล่อยตัวนักบินอเมริกันผู้ขับเครื่องบิน U-2 และถูกจับเป็นเชลย กำกับฯ โดย สตีเว่น สปีลเบิร์ก มี ทอม แฮงค์ส แสดงนำ 

    Bridge of Spies เข้าฉายเป็นสัปดาห์ที่สอง เก็บเพิ่ม $11.37 ล้าน ตกลงจากสุดสัปดาห์ก่อนแค่ 26% รวม 10 วัน ทำรายได้ไปแล้ว $32.59 ล้าน ถือว่าน่าพอใจ แม้เทียบกับ The Terminal งานเรื่องสุดท้ายที่ แฮงค์ส ร่วมงานกับ สปีลเบิร์ก (ก่อน Bridge of Spies) มันยังน้อยกว่า เพราะหนังคนติดอยู่ในสนามบิน เมื่อปี 2004 ทำไป $41.04 ล้าน และจากกระแสชมปากต่อปาก ตลอดจนธรรมชาติหนังของ สปีลเบิร์ก ทำให้ Bridge of Spies น่าจะไปได้เรื่อยๆ อีกพอสมควร

    อันดับสี่ เป็นหนังใหม่ ที่เปิดตัวมาก็กระอักเลย  The Last Witch Hunter ของทาง Lionsgate กับตัวเลขเพียง $10.81 ล้าน ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้มากๆ กับการพยายามขาย วิน ดีเซล ที่ต่อยอดความดังมาจาก ฟาสต์ 7 แต่กลับเปิดตัวได้น้อยกว่า Riddick (2013) ที่ทำไป $19.03 ล้าน ดูแล้วฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า อายุไม่ยืน หนังได้เกรด B- จาก CinemaScore ส่วนคะแนนคนดูจาก Flixster ได้แค่ 54% ไม่มีอะไรเป็นสัญญาญที่ดีสักอย่าง แล้วต้องไม่ลืมด้วยนะว่าในกลุ่มหนังใหม่ที่เข้าฉายแบบวงกว้างสุดสัปดาห์นี้ The Last Witch Hunter มีต้นทุนสูงสุด 

    ส่งท้ายท็อปไฟว์กับ Hotel Transylvania 2 เก็บเพิ่มอีก $8.88 ล้าน ตอนนี้หนังของ โซนี่ ที่มี อดัม แซนด์เลอร์ เขียนบท และพากย์เสียง ทำเงินได้อย่างน่าประทับใจมาก $148.18 ล้านจาก 31 วัน ดีกว่าภาคแรกปี 2012 ที่ในเวลาเท่ากันทำรายได้ $130.38 ล้าน หนังได้คำชมดี นอกจากนี้ยังได้กลุ่มคนดูที่เป็นครอบครัว พาลูกพาหลานมาดู ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลฮัลโลวีน ในสุดสัปดาห์ถัดไป 

    ทีนี้มาไล่ดูหนังใหม่บ้าง Paranormal Activity: The Ghost Dimension หนังผีที่มากี่ภาคแล้วก็ไม่รู้ (ภาค 6 แหละจ้า) เปิดตัวได้ต่ำกว่าที่คาดคิดเอาไว้มากโข แค่ $8.07 ล้าน พูดง่ายๆ คือคนเค้าคงไม่ความอยากไปดูแล้วหละ และฟันธงเลยว่าแป๊บเดียว อีกไม่นานเกินรอ หนังก็คงจะออกขายแบบแผ่นแล้วหละ หนังเปิดตัวได้ห่วยกว่า Paranormal Activity: The Marked Ones ที่ทำรายได้ไปตั้ง $18.34 ล้าน ทั้งๆ ที่เข้าฉายน้อยโรงกว่ากัน 1,211 ต่อ 1,656 โรง! หนังได้เกรด C จาก CinemaScore และ 39% เป็นคะแนนคนดูจาก Flixster 

    ต่อกันที่ Steve Jobs หนังน้ำดีจากค่าย Universal ทำรายได้ดีมากตอนเข้าฉายแบบจำกัดโรง มาสัปดาห์นี้เพิ่มโรงฉายเป็น 2,493 โรง (+2,433) ทำรายได้ $7.11 ล้าน!! เครื่องหมายตกใจ แทนความผิดหวังนะ พอนี่ผู้แพ้ที่ล้มดังที่สุด หากมองจากความคาดหวัง ซึ่งบางกระแสบอกว่า (คาดการณ์ว่า) น่าจะมีถึง $20 ล้านด้วยซ้ำ แต่ได้มาแค่เสี้ยวนึง รวม 17 วันหนังทำไป $9.82 ล้าน เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า กระแสดีๆ ทั้งหลายแหล่ ไม่มีผลต่อการเรียกคนดู เทียบกับ Jobs หนังปี 2013 ที่มี แอชตัน คุทเชอร์ นำแสดง และเสียงวิจารณ์ไม่ดีแบบนี้ด้วย ยังเปิดตัว $6.71 ล้าน น้อยกว่ากันนิดเดียวเอง หรือถ้าเทียบกับ Sicario หนังทริลเลอร์อาชญากรรม ที่สุดยอดมากตอนฉายแบบจำกัดโรงเช่นกัน ว่าเปิดตัวน้อยกว่าที่คาดตอนฉายแบบวงกว้าง ยังทำได้ตั้ง $12.15 ล้าน