หนัง-เพลงหนัง 21 ตุลาคม 2558 เวลา 09:06

$23.6 ล้าน ผีฮาเฮ"Goosebumps" ฟาดแชมป์สูสี "Bridge of Spies" ยิ้ม / "Crimson Peak" ลุ้นหนัก

แชมป์เปลี่ยนมือแล้วจ้า เมื่อ "Goosebumps" หนังผีคอมเมดี้ที่มี แจ็ค แบล็ค นำแสดง ครองเบอร์ 1 บ๊อกซ์ ออฟฟิศ กับตัวเลขรายได้เปิดตัว $23.6 ล้าน แซงหน้า The Martian ขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้เหนือกว่ามากมายอะไร เพราะหนังเอาตัวรอดบนดาวอังคาร ยังเก็บได้สวยงาม $21.30 ล้าน ขณะที่หนังใหม่อย่าง Bridge of Spies เปิดตัวน่าพอใจ $15.37 ล้าน ส่วน Crimson Peak หนังผีแนวพีเรียด มาแบบกลางๆ $13.14 ล้าน

    บ๊อกซ์ ออฟฟิศ สุดสัปดาห์นี้สู้กันสนุกสูสี และเป็น "Goosebumps" หนังผีคอมเมดี้ สามมิติ ที่ได้แชมป์ไปกับรายได้ $23.6 ล้าน ถึงกระนั้น มันเป็นเพียงรายได้ขั้นต่ำที่ โซนี่ กะเก็งเอาไว้ แม้ดูจากงบ $58 ล้าน (ตามข่าว) นี่จะเป็นตัวเลขที่น่าพอใจอยู่บ้างก็ตาม หนังได้ฐานแฟนคลับหนังสือชุด (แนวผีๆ สำหรับเด็กๆ) ของ อาร์.แอล สไตน์ รวมถึงการเข้าฉายช่วงวันฮัลโลวีน ทำให้ "Goosebumps" เปิดตัวดีกว่า Ouija หนังผีกระดาน ที่ทำได้ $19.88 ล้าน ปี 2014 แต่น้อยกว่า The Visit หนังเสียวสันหลังของ เอ็ม.ไนท์ ชยามาลาน ที่เปิดด้วยตัวเลข $25.43 เมื่อเดือนก่อน

    ด้วยการมีวันฮัลโลวีนรออยู่ "Goosebumps" น่าจะยังไปได้สวย อีกทั้งยังได้เกรด A จาก CinemaScore ซะด้วย โดยหนังทำรายได้ราว $7.35 ล้านวันศุกร์ (บวกราวๆ $600,000 วันพฤหัสฯ) แล้วก็เพิ่มขึ้น 33% เป็น $9.77 ล้าน และลดลงเท่ากัน 33% เป็น $6.51 ล้าน ส่วนคนดูแบ่งเป็นชายหญิงเท่าๆ กัน และมี 59% ที่อายุ 25 ปีอัพ 

    มาดูอันดับสองบ้าง The Martian แชมป์เก่าสองสมัย ตกมาอยู่อันดับสอง แต่รายได้สูสีกับแชมป์ โดยเก็บอีก $21.30 ล้าน ลดลงจากสุดสัปดาห์ก่อน 42% อาจจะดูได้ไม่เยอะ แต่ในภาพรวม หนังอวกาศของ ริดลี่ย์ สกอตต์ โกยเงินไปบานตะไทแล้ว 17 วันสอยไป $143.60 ล้าน เทียบในระยะเวลาเดียวกัน มันทำรายได้มากกว่า Interstellar ที่ทำได้ $120.93 ล้าน แต่น้อยกว่า Gravity ที่ทำได้ $169.56 ล้าน ซึ่งด้วยการเปรียบเทียบแบบนี้ ถือว่า The Martian มีโอกาสไม่น้อยที่จะทำเงินเกิน $200 ล้าน ก่อนลาโรง  

    อันดับสามเป็นหนังจาก Disney และ DreamWorks นั่นก็คือ Bridge of Spies หนังสายลับระทึกขวัญของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่มี ทอม แฮงค์ส นำแสดง อ้างอิงจากเรื่องจริงในยุคสงครามเย็น เปิดตัวโอเค แต่ก็เป็นจุดต่ำสุดที่ทางสตูดิโอตั้งเอาไว้คือ $15.37 ล้าน ส่วนหนึ่งเพราะเนื้อหายุค Cold War ตลอดจนหนังคู่แข่ง ที่มีหลายเรื่องเลยที่เน้นกลุ่มคนดูที่เป็นผู้ใหญ่ โดยพอเอามาเทียบกับ The Terminal การร่วมงานกันเรื่องล่าสุดของ สปีลเบิร์ก กับ แฮงค์ส ทำรายได้ดีกว่าคือ $19.05 ล้าน

    แต่ยี่ห้อ สปีลเบิร์ก แถมมี ทอม แฮงค์ส เล่นด้วย ยิ่งไม่มีอะไรต้องน่าตกใจ หนังได้รับเสียงวิจารณ์ทางบวก แถมธรรมชาติของหนัง สปีลเบิร์ก ต้องเรียกว่าอึด น้ำอดน้ำทนดี ยืนระยะได้นาน กว่าจะลาโรงคงทำเงินไปได้มากโข โดย Bridge of Spies เปิดตัว  $5.37 ล้านในวันศุกร์ (บวกราวๆ $500,000 วันพฤหัสฯ) และเพิ่มขึ้น 15% เป็น $6.19 ล้านวันเสาร์ ก่อนลดลง 38% เหลือ $3.82 ล้านวันอาทิตย์ หนังได้เกรด A จาก CinemaScore และมีสัดส่วนคนดูเป็นผู้ชาย 53% และอายุ 25 ปีขึ้นไปถึง 89%

    ต่อที่อันดับ 4 เป็นหนังใหม่ แนวผีๆ สางๆ ที่เจือด้วยความโรแมนซ์ Crimson Peak ของ ผกก. กีเยร์โม่ เดล โตโร่ เปิดตัวแบบเพลียๆ $13.14 ล้าน หนังที่ได้ ทอม ฮิดเดิ้ลสตัน ประกบกับ มีอา วาซิคอฟสก้า เปิดตัวด้วยรายได้ทีคาดเอาไว้ต่ำสุด แม้ดูแล้วไม่ได้ต่างจาก Bridge of Spies เท่าไหร่ แต่ว่า Crimson Peak คงยืนระยะได้ไม่นาน แถมฐานแฟนหนังของ เดล โตโร่ ก็ไม่ได้กว้างอะไรนักหนา   
   
    Crimson Peak เปิดตัววันศุกร์ด้วยรายได้ $5.25 ล้าน (บวกราวๆ $855,000 คืนวันพฤหัสฯ) จากนั้นลดลง 6% เหลือ $4.92 ล้าน และลดลงอีก 40% เหลือ $2.97 ล้าน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ไม่สู้ดี แถมหนังได้เกรด B- จาก CinemaScore งานนี้ต้องอาศัยแฟนพันธุ์แท้ รวมถึงความหวังจากช่วงวันปล่อยผีฝรั่ง จะทำให้มีคนมาดูหนังผีบ้าง ... อ่อ ลืมบอกไปว่าหนังฉายแบบ IMAX ด้วย และช่วยทำรายได้ประมาณ $2.3 ล้าน       
  
    อันดับ 5 เป็น Hotel Transylvania 2 เก็บไปนิ่มๆ $12.65 ล้าน สำหรับหนังสามมิติของ โซนี่ ที่มี อดัม แซนด์เลอร์ นำทีมพากย์ รายได้ลดลง 38% แต่ยังเป็นตัวเลขที่แข็งแกร่ง หากมองว่ามีคู่แข่ง Goosebumps จากค่ายเดียวกันมาแย่งคนดู ทำให้ตอนนี้ผ่านมา 24 วัน Hotel Transylvania 2 โกยรายได้ไปแล้ว $136.81 ล้าน ดีกว่าภาคแรก Hotel Transylvania ปี 2012 ที่ทำเพียง $118.52 ล้านในเวลาเท่ากัน

    มาดูหนังเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจบ้าง เริ่มที่ Woodlawn หนังคริสเตียน-ดราม่า เกี่ยวกับกีฬา อ้างอิงจากเรื่องจริงของ โทนี่ นาธาน นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับไฮสกูล ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาเหยียดผิว ประเดิมเข้าวินอันดับ 9 ด้วยรายได้ $4.00 ล้าน เป็นการออกตัวที่แข็งแกร่ง แต่ก็ถูกมองว่าคงยืนระยะได้ไม่นาน ถึงกระนั้น ด้วยการที่หนังได้เกรด A ทำให้พอมีความหวังบ้าง และช่วงที่ผ่านมาก็มีหนังคริสเตียน-ดราม่าดีๆ ให้เห็น
 
    ปิดท้ายที่ Steve Jobs ของ ผกก. แดนนี่ บอยล์ และมี ไมเคิ่ล ฟาสส์เบนเดอร์ นำแสดง เข้าฉายสัปดาห์ที่สองแบบจำกัดโรง แต่ก็เพิ่มจำนวนโรงฉายเป็น 60 โรง ทำรายได้เพิ่มอีก $1.51 ล้าน ก็ยังเยอะอยู่ดี เฉลี่ย $25,212 ต่อโรง ตอนนี้เข้าฉายมา 10 วัน ทำรายได้ $2.22 ล้าน และอาทิตย์หน้าเป็นของจริงแล้ว เพราะจะเป็นการฉายแบบวงกว้าง ประมาณ 2,400+ โรง รอดูว่าจะทำรายได้ดีขนาดไหน