หนัง-เพลงหนัง 21 มกราคม 2558 เวลา 10:26

''ซิงเกิลเลดี้เพราะเคยมีแฟน''ที่แฟนไม่มี เพราะไม่ดี หรือ ไม่โดน

"ซิงเกิลเลดี้เพราะเคยมีแฟน" ภาพยนตร์ โดยธนกร พงษ์สุวรรณ ผลงานล่าสุดจาก บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด เป็นภาพยนตร์ โรเเมนติก คอมเมดี้ ที่ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครหลักที่เป็นผู้หญิง ที่มีเหตุต้องย้อนกลับไปสำรวจชีวิตที่ผ่านมาของตัวเธอ จนได้ค้นพบเรื่องราวที่อิ่มเอมมีความสุข แม้ในอดีตกับปัจจุบัน จะต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงพลังด้านบวกของคนพร้อมกับการเล่าเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนๆ หนึ่ง ที่มันขึ้นเหนือล่องใต้ที่มีชีวิตไม่หยุดนิ่ง เหมือนกับความรักที่ต้องแสวงหา ซึ่งดำเนินเรื่องราวของคนที่ดำเนินชีวิตแบบว่าง่ายๆไม่ซับซ้อนสามารถเจอกับความรักได้ทุกที่ มันเหมือนที่ผู้หญิงบางคนเคยได้เจอะเจอ วันนี้รับประทานร้านอาหารหรูๆ แต่กลางวันเขาอาจจะกินส้มตำอยู่ก็ได้ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ บางทีนั่งดื่มกาแฟช่วงเบรก แต่ก็อาจจะโหยหาอย่างอื่นบ้างเลยต้องมีขนมปัง,เค้กเป็นส่วนประกอบ นี่ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์เป็นไลฟ์สไตล์แบบคนไทย ด้วยเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อนมากและง่ายต่อการเข้าถึงเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่คนดูจะเข้าใจง่ายและยังไม่เคยเห็นมุมเรื่องประมาณนี้"
 
"ไบรท์" รับบทโดย "อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ"

 
"หญิงสาวที่มีชีวิตครบทุกอย่าง และคิดว่าตัวเองมีความสุขได้โดยไม่ต้องมีความรัก แต่เมื่อโดนหมอดูทักว่า มีคนที่รักเธอคนหนึ่งยังคงทุกข์ใจจากสิ่งที่เธอเคยทำไว้ ส่งผลให้เธอไม่พบกับรักแท้ และชีวิตการงานที่กำลังดีจะซวยหนักไบรท์เลยต้องกลับไปตามหาและช่วยเหลือคนๆนั้นจากบรรดาแฟนเก่าของเธอโดยมี เข้ม รับบทโดย  เป้  อารักษ์ คอยช่วยเหลือ
คาแรคเตอร์ของ ไบรท์ ในเรื่องนี้จะนำเสนอมุมมองความโสดของหญิงสาว น่าจะเป็นอีกมุมมองที่ใกล้เคียงกับชีวิตของสาวโสดทุกคนที่เคยมีประสบการณ์ความรักมาในรูปแบบต่างๆ เพียงแต่จะเคยพบเจอในรูปแบบไหนมาแค่นั้นเอง เรื่องราวในชีวิตสุข ทุกข์ สนุก สมหวัง คนดูจะได้เห็นในหลายๆมุมที่ไม่เคยเห็นอั้มเล่นมาก่อน การเป็น ไอดอลสาวโสด ที่สวย เก่ง มาดมั่น  ฝีปากกล้า ปลายคีย์บอร์ดคมกริบจัดจ้านและอีกหลายฉากที่ต้องกลับไปสะสางกับบรรดาแฟนเก่า เพื่อทำให้ทุกคนได้สมหวัง เรื่องนี้นอกจากจะสนุกกับการแสดงแล้วอั้มยังรู้สึกเหมือนได้กลับมาเจอบรรยากาศเก่าๆอีกครั้ง ทั้ง พี่อั๋น ผู้กำกับ ที่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรก และ นักแสดงที่คุ้นเคยกันอย่าง เป้ อารักษ์ ทุกคนทำงานกันมืออาชีพมากและเมื่อได้ร่วมงานกันแล้วทำให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีถือเป็นประสบการณ์การทำงานที่คุ้มค่ามากๆ และเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่โสดหรือกำลังมีความรักได้ค้นหาอะไรจากตัวเอง จนได้มุมที่พอดีกับชีวิต และมีความสุขค่ะ"
 
"เข้ม" รับบทโดย "เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ"

 
"เข้ม ชายหนุ่มอารมณ์ดี  ที่ต้องจับพลัดจับผลูเข้ามาช่วยเหลือ ไบรท์ ในภารกิจกลับไปพบแฟนเก่าในช่วงชีวิตต่างๆ ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาหนักอกให้ ไบรท์ ต้องช่วยเหลือ เข้ม จะเป็นจอมวางแผนเพื่อช่วยเหลือและจะมีคำคม มาพูดเตือนสติ ไบรท์ ตลอด บางทีที่ ไบรท์ ทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก เข้ม จะคอยตบให้แผนการเข้าร่องเข้ารอย แล้วก็คอยช่วยเหลือในสิ่งที่ ไบรท์ ขาดเสมอ
 

"คาแรคเตอร์ของผมในเรื่องนี้จะโตขึ้น นิ่งขึ้น แต่แอบกวนเล็กๆ และมีมุมมองในเรื่องความรักที่น่าสนใจ ก่อนเปิดกล้อง ผมมีโอกาสได้ปรับจูน แชร์ไอเดียกับพี่อั๋น ผู้กำกับฯ ว่าตัวละครตัวนี้ มันควรจะออกมาเป็นแบบไหน พอผมรับบรีฟแล้วก็อ่านบท ทำการบ้าน ว่าแบบนี้ดีไหม แม้แต่เรื่องทรงผม เราก็ปรึกษากันว่าควรจะตัดแบบไหนเพื่อให้ดูเปลี่ยนจากเดิม ก็แปลกดีครับ ส่วนใหญ่คนก็ยังไม่ค่อยคุ้นกับผมที่ผมสั้น เข้าฉากวันแรกๆ รู้สึกว่าจะเป็นที่ จ.สุพรรณบุรี เป็นฉากที่ พี่อั้ม ตามไปเจอ พี่โก๊ะ แฟนคนแรกสมัยประถม ที่เปลี่ยนไป จากคนน่ารักกลายเป็นคนนิสัยไม่ดี ผมจะคอยช่วยเหลือเหมือนเป็นมือขวา แต่ก็เกือบมีเรื่องกับพี่โก๊ะ เพราะเขาเข้าใจว่า เข้ม คือแฟนของ ไบรท์ วันนั้นก็สนุกมาก ถึงจะเกร็งนิดๆเพราะต้องเข้าฉากพร้อมกับนักแสดงมืออาชีพทั้งสองคนแต่ทุกอย่างก็ราบรื่นครับเพราะทุกคนช่วยส่งอารมณ์กันเต็มที่ การกลับมาเจอ พี่อั้ม ในหนังเรื่องนี้ บอกเลยว่า สวยมากกกก แปลกที่ทำได้ยังไง ก็ยังสวยเหมือนเดิม ที่สำคัญคือ พี่อั้ม เป็นคนตั้งใจทำงานมาก ทำการบ้านมาเยอะ ตีความบทเป็นซีนๆมาเลยว่าอารมณ์มันต้องเป็นแบบไหน  คือยังไงเขาก็ไม่พลาดใส่เรา เรายิ่งต้องพยายามไม่ให้หลุดใส่เขา ในทุกๆคิวที่ได้เจอนักแสดงแต่ละคน จะมีจุด ที่ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองไปด้วยได้อย่างดีเลยครับ"
"แจ็ค" รับบทโดย "โก๊ะตี๋ -เจริญพร อ่อนละม้าย"

 
แฟนคนแรกในวัยเด็กสมัยเรียนประถมของไบรท์ ที่ถึงจะรวยและแก่แล้วแต่ก็ยังทำตัวแว้นซ์ไม่เลิก เหมือนเด็กไม่ยอมโต แจ็คมีปมเพราะว่าไบรท์ไม่รักษาสัญญา ทำให้เขากลายเป็นคนเห็นแก่ตัวและไม่เชื่อใจใครอีก ไบรท์ต้องกลับมาแก้ไขในสิ่งที่เขาเข้าใจผิด ก่อนที่แจ็คจะทำสิ่งที่เลวร้ายกับบ้านเกิดของตัวเอง

 
"แจ๊ค เป็นคนที่อกหักจากเรื่องความรักในวัยเด็ก เพราะว่า ไบรท์เคยสัญญาไว้ ว่าจะกลับมาหา แล้วไม่ทำตามสัญญา แจ๊คก็เลยเปลี่ยนไป จากคนที่น่ารักๆ กลายเป็นแบ๊ดบอยแว๊น มอเตอร์ไซค์ ไปมาระรานข่มขู่ชาวบ้านชาวช่องไปเรื่อย กลายเป็นผู้ชายเลวๆ ที่ เกลียดผู้หญิง เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น และไม่เคยให้คำสัญญาอะไรกับใครอีกเลย เข้าทำนองยิ่งรักมากก็ยิ่งแค้นมาก มันก็เลยส่งผลมาตอนโตกลายเป็นคนที่มีความทรงจำที่ไม่ดี กลับบ้านเกิดตัวเอง ที่เป็นตลาดมรดกของปู่ ย่า ตายาย เลยคิดที่จะทำลายสถานที่นี้ ออกไปจากความทรงจำของตัวเองซะ ด้วยบทแบ๊ดบอย หนูว่ามันไม่ยากมาก แต่ยากตรงที่เราต้องเข้าฉากกับนักแสดงมืออาชีพนี่แหละแต่พี่อั้ม เขาส่งอารมณ์ให้หนูได้ดีมากๆมีหลายๆ ฉากที่หนูต้องด่าพี่เขา แบบว่า "มึงจะกลับมาทำไม"  "ไอ้คนไม่รักษาสัญญา" อะไรแบบนี้ เลย พอเขาส่งอารมณ์เราก็กล้าที่จะด่าเต็มที่ทำให้เล่นได้สบายคลายกังวล"

"พี่พอล" รับบทโดย  "เอกกี้-เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์" 
รุ่นพี่สุดหล่อแฟนสมัยม.ปลายของไบรท์ ที่ตอนนี้กลายเป็น พอลลี่ กระเทยผู้เปลี่ยวเหงาพี่พอลลี่คิดว่าไม่มีใครรักเธอจริงเพราะเจอแต่ความรักที่หลอกลวงมาโดยตลอด ไม่เว้นแม้ตอนที่เป็นแฟนกับไบรท์ไบรท์กลับมาช่วยให้พี่พอลลี่มีความสุขได้ด้วยตัวเอง และรู้ว่าทั้งสองนั้นเคยรักกันจริงๆ

"พอลลี่ ก็เหมือนเป็นคนที่มีปม เหมือนเป็นตัวแทนของเก้ง กวาง ตุ๊ด กะเทย หรืออะไรก็ตามที่มีความรักที่แบบ รู้ทั้งรู้ว่าเขาหลอกเรา แต่เราก็ยังพร้อมที่จะดูแลเขา คือคิดว่าการทำดีกับผู้ชายคนหนึ่ง อาจจะได้รับความจริงใจกลับมา แต่ในโลกความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ คือเรื่องนี้บอกเลยว่ามีทุกอารมณ์ เป็นเรื่องที่ยากอันดับต้นๆ ที่เคยเล่น หนัง หรือละคร มา มีทั้งดราม่า คอมเมดี้ มีทั้งเหวี่ยงวีนมีทุกอารมณ์  เพราะในอดีตเป็นผู้ชายแมนมากๆ แต่มีปมหลายๆ อย่าง ที่ทำให้เป็นแบบนี้ ท้าทายดี ชอบทั้งบทแล้วก็นักแสดงที่ได้เล่นด้วยกัน คืออ่านแล้วรู้สึกอยากเล่น ยิ่งพอได้คุยกับผู้กำกับฯก็รู้สึกว่าบทมันดีจริงๆ มันเหมาะกับเรา พี่ว่ามุมมองความรักของพอลลี่ คือความทุ่มเทนะ ถึงแม้เราจะรู้ว่าคนที่เขารัก หลอกเขาตลอดเวลา แต่เขาก็ยังทุ่มเท เขายังอดทน ซึ่งในสังคมปัจจุบัน คนเราเป็นแบบนี้เยอะนะ รู้ว่าเขาหลอกแต่ก็ยังสู้ เพื่อที่จะให้เขาเห็นความดีของเรา แล้วหวังว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่จริงๆ แล้วคนมันไม่รัก ยังไงมันก็ไม่รัก ไม่ว่าคุณจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าอย่างที่บอกแหละ ความรักทำให้คนตาบอด ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ คนที่เขารัก ก็มีความสุข ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วจะทุกข์ฉิบหายเลยนะ หนังเรื่องนี้ จะทำให้ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง หลายๆ มุมของผู้ชาย หลากหลายคาแรคเตอร์ จริงๆ ผู้ชายมีหลายร้อยล้านคน ไม่มีซ้ำกันหรอก แต่อย่างน้อยที่สุด ในแต่ละคาแรคเตอร์มันคือจุดเด่นของผู้ชายแต่ละคนที่แสดงออกมาให้เราได้เห็น เราจะได้รู้เท่าทันผู้ชาย ส่วนผู้ชายที่เข้าไปดู ก็จะได้เอื้ออาทรกับผู้หญิงบ้าง ผู้หญิงเค้าเป็นเพศที่อ่อนแอ อ่อนโยน เซนซิทีฟเป็นเพศที่ทุ่มเทเรื่องความรัก ใครที่มีแฟนอยู่แล้วก็จะได้หันไปมองความรักของเองมากขึ้น"

"ตุลย์" รับบทโดย "ต้า-เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา"
หนุ่มติสนักดนตรี แฟนสมัยมหาลัยของไบรท์ ที่ตอนนี้กลายเป็นพ่อหม้ายลูกติดตุลย์ยังฝังใจอยู่กับความผิดพลาดในอดีต ส่งผลทำให้เขาไม่เชื่อมั่นในความรักและมีปัญหาไม่เข้าใจกับลูกสาววัยแสบแบบพูดกันไม่ตรงคีย์ ไบรท์ช่วยให้สองพ่อลูกเปิดใจและเข้าอกเข้าใจในความรักที่ทั้งสองมีให้กัน
"ในส่วนของผม เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผมกับลูก และ ไบรท์ เข้ามาช่วยทำให้มันดีขึ้น ด้วยความที่เราเป็นแฟนเก่าเขาเลยรู้จักเราดี รู้ว่าเราเป็นคนยังไง ไม่ถูกกับลูกยังไง เขาจะมาช่วยแก้ไขความสัมพันธ์ตรงนี้ หนังพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์แบบจริงๆ เป็นอะไรที่สะท้อนชีวิตตัวเองได้ ทำให้เราได้คิดมากขึ้น ผมว่าอย่างน้อยความบันเทิงได้แน่ๆ แต่คุณอาจจะได้อะไรที่มากกว่านั้นกลับไปด้วย เพราะผมเชื่อว่าสุดท้ายคนเรา มันก็คิดอยู่แค่นี้แหละ ชีวิตกูจะเป็นยังไง? ความสัมพันธ์กูกับแฟนจะเป็นยังไง? มันเป็นคำถามที่อยู่กับคุณ ถ้าคุณมาดูหนังเรื่องนี้ มันอาจจะช่วยให้คำตอบกับคุณก็ได้"

"เคน" รับบทโดย "ตาร์-นาวิน เยาวพลกุล"
แฟนหนุ่มเพลย์บอย ที่พบรักกันในวัยเบญจเพส และทำให้ไบรท์เจ็บแค้นเมื่อตอนเลิกกัน มาถึงตอนนี้เขาก็ยังมีนิสัยเจ้าชู้ไม่เลิกรา เพราะอยากเป็นอิสระและอยู่เหนือความรัก ถึงแม้จะมีคู่หมั้นสาวที่เป็นรักแท้อยู่ใกล้ๆไบรท์เข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพื่อให้เขารู้ใจตัวเองและต่อสู้เพื่อรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดเอาไว้
"เคน เป็นเพลย์บอย แล้วก็เป็นคนขี้เล่นมาก ทีเล่นทีจริง จนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง ภายใต้เกราะของความเป็นเพลย์บอยที่เขาสร้างขึ้นนั้น จริงๆแล้วเขาเป็นคนขี้เหงา เป็นคนปากแข็ง แสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเอง รักก็ไม่พูด คิดถึงก็ไม่บอก จะใช้เกมของตัวเองเพื่อทำให้คนรอบตัวเขา เป็นไปในทางที่เขาอยากให้เป็น แสดงออกในสิ่งที่เขาต้องการ เวลาคบกับแฟน เลยรู้สึกเหมือนทั้งคู่กำลังเล่นเกมกันอยู่ไบรท์ก็ต้องการเอาชนะเพราะความที่เขาเป็นแบบนี้ ก็ถือเป็นบทบาทที่ไม่เคยได้เล่นมาก่อน ปกติเป็นคนขรึมๆเงียบๆหน่อย บทมันยากด้วยขั้นตอนของการทำความเข้าใจและตีความตัวละคร คนที่ เคน รักมากก็คือ ไบรท์ ถึงแม้ว่าเคนจะคบคนใหม่แล้ว แต่คนที่เขารักเสมอก็คือไบรท์เป็นแฟนเก่าคนเดียวที่รู้สึกว่าไม่มีใครมาแทนได้ ถึงแม้ว่าจะเลิกกันไป ก็ยังยกให้คนนี้เป็นคนที่เขารักที่สุด สำหรับแฟนคนใหม่คือคนที่ใช่ และเขาตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากสูญเสียไปอีก หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักในแต่ละช่วงอายุ ความรักช่วงวัยป๊อบปี้เลิฟก็อย่างหนึ่ง วัยเรียนก็อย่างหนึ่งวัยทำงานก็อย่างหนึ่ง ช่วงที่จะเริ่มคิดถึงการแต่งงานก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง มันคนละแบบ แต่ยังไง มันก็คือความรัก มันคือสิ่งที่ทำให้เรามีทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เคล้ากันไป มุมมองที่คนดูจะได้คือทำให้เห็นความสัมพันธ์ในหลายๆแบบ ที่บางทีมันหาคำจำกัดความไม่ได้ว่ามันจะต้องเป็นยังไง คนบางคนเขาก็อาจจะเคยผ่านมาทุกรูปแบบความสัมพันธ์ หรือบางทีเราอาจเคยเจอบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ก็เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ในเรื่องนี้คุณจะได้เห็นมุมมองความรักที่มันส์ สนุก ลุ้น และน่าประทับใจในแต่ละช่วงชีวิตครับ"
"พี่ธีร์" รับบทโดย "ปิ๊บ-รวิชญ์ เทิดวงศ์"
แฟนที่คิดจะลงหลักปักฐานร่วมกันในวัยก่อน30 เป็นคนดี มั่นคง แต่มีชีวิตน่าเบื่อ ไบรท์กลับมาพบว่าตอนนี้เขามีแฟนเด็กซึ่งทำให้ชีวิตเขามีความสุขมากขึ้น แต่การที่เขายอมอยู่ในกรอบชีวิตของตัวเองและครอบครัวก็คงทำให้ความรักครั้งนี้ต้องจบลงเหมือนเคย ไบรท์ต้องเข้าไปช่วยให้เขากล้าที่จะต่อสู้กับครอบครัวเพื่อความรักของเขา 
“ธีร์ เป็นคนที่มีอาชีพและฐานะมั่นคงเป็นผู้ชายสุภาพ สุขุม นุ่มนวล เรียบร้อย ตัวละครตัวนี้เป็นคนที่ไม่หวือหวา เป็นคนเย็นๆ อบอุ่น ซึ่งนั่นทำให้ ไบรท์ รู้สึกปลอดภัย อบอุ่น มั่นคงเวลาอยู่กับ พี่ธีร์ คาแรคเตอร์นี้มีความเป็นตัวเองสูง มีหลากหลายวิธีมองหาความรัก เพราะเขาอายุเยอะแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ  ยิ่งพอมาอ่านบทแล้วคาแรคเตอร์นี้ภายนอกน่าจะตรงกับตัวผมที่สุด ได้คุยกับผู้กำกับแล้วตีความจากที่ผมเป็นคนสุภาพ เป็นคนนุ่มนวลก็ถือเป็นอีกบทหนึ่งที่น่าสนใจและท้าทายไบรท์กับธีร์ทั้งคู่เกือบจะได้แต่งงานกันแล้ว แต่เพราะเหตุจากการตามใจผู้ใหญ่ พอวันหนึ่งเขาขอเลือกเองบ้าง บางครั้งสิ่งที่เขารักแล้วต้องห้าม กับสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าดีงาม แต่มันไม่ใช่ ผมว่าธีร์ เองก็คิดหนักนะ กับการที่ต้องเลือกระหว่าง สิ่งที่ผู้ใหญ่เลือกให้กับการที่เขาต้องเลือกเอง เพราะเชื่อว่ามีองค์ประกอบอื่นๆที่มีส่วนด้วย สมัยนี้สื่อมันเยอะทั้งมือถืออินเตอร์เน็ต ความอดทนของคนเรามันต่ำลง จากสภาวะแวดล้อมที่ต้องเจอก็เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องความรักรวนเรสมัยคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ ความอดทนเขาสูง คืออะไรก็ตามที่ คุณทำ ถ้าคุณปักหลักว่าคุณจะไม่ไปไหน คุณจะอยู่ตรงนี้ มันก็จะอยู่ได้ เพราะไม่มีอะไรที่เป็นอุปสรรค คุณทำงานก็มีอุปสรรค มีปัญหา อยู่ในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานขนาดเราไม่ต้องไปจ่ายตังค์เขานะ นายเราจ่าย ก็ยังมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานเลย ชีวิตคู่ก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าความอดทนต่ำ ก็ไปไม่รอดไบรท์และธีร์จึงน่าจะเป็นกรณีศึกษาของคู่รักที่เป็นแบบสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี"
ไบรท์ช่วยเหลือแฟนเก่าทุกคนจนสำเร็จ พร้อมกับเริ่มมีความรู้สึกดีๆกับเข้มที่คอยช่วยเหลือ เธอมาโดยตลอด ไบรท์ได้รู้ความจริงว่าเธอและเข้มเคยเจอกันมาหลายครั้งหลายหนในชีวิต เธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ในความทรงจำของเขามาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รู้จักกันจริงๆซักที เข้มเป็นเหมือนกับแฟนอีกคนของไบรท์ที่เธอไม่รู้ว่ามีอยู่
…แฟนคนสุดท้าย คนรักที่พรมลิขิตกำหนดให้มาเจอกันเมื่อถึงเวลา แม้ทั้งสองจะเกิดความรู้สึกที่พิเศษต่อกัน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง เพราะหลังจากภารกิจเสร็จ หน้าที่การงานก็จับให้ทั้งสองแยกไปอยู่กันคนละมุมโลก และที่สำคัญ ไบรท์ก็ยังยึดมั่น
กับการเป็นสาวโสดที่มีความสุขอยู่ สุดท้ายทั้งคู่ต่างได้เรียนรู้ว่า ถึงแม้โชคชะตาจะกำหนดเอาไว้อย่างไร แต่ถ้าเราไม่พยายามต่อสู้ไขว่คว้า เราก็คงไม่มีทางที่จะสมหวังในความรักที่ต้องการได้...พบกับ “ซิงเกิลเลดี้เพราะเคยมีแฟน"  5  ก.พ. ต้อนรับเดือนแห่งความรักทุกความสัมพันธ์ในโรงภาพยนตร์

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]