เผลอไปหน่อยเดียว 16 ปีเข้าไปแล้วหรือนี่...
วันที่เขียนต้นฉบับอยู่นี่คือ วันวิสาขบูชา ตอนบ่ายสามโมง....ถ้าย้อนเวลาก็คงสักราวๆ ห้าชั่วโมงก่อนหน้านี้และหมุนเวลากลับไปเมื่อ 16 ปีก่อน น้องสาว สนจ. โทร.มาบอกท่ามกลางเสียงร่ำไห้ว่า แม่หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีไปแล้ว หลังจากนอนเป็น ''เจ้าหญิงนิทรา'' มานาน 6 เดือน แต่วัดงดสวด...เพราะเป็นวันพระใหญ่...หลังจากที่ก่อนหน้านั้นสามเดือน สนจ. เสียคู่ชีวิตไปแล้วด้วยอาการโคม่าเพราะออกซิเจนไม่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง ทำให้สมองบวมและตาย หลังเอาแม่ลงโลงและตั้งในศาลาเสร็จก็ตีรถกลับบ้าน... ในขณะที่ม็อบกำลังรวมตัวกันเต็มสนามหลวง...17 พ.ค. 35 .... ขณะที่นั่งๆ นอนๆ ดู ''ข่าว'' ทางทีวี... ท่านเจ้าคุณสกุณา นกรู้หรือ ''เบิร์ด โนว์'' สุพงศ์ ชวนะสุนทร ไลน์โปรดิวเซอร์ของ สนจ. ก็โทร.เข้ามาที่บ้านพลางถามว่า...''เฮ้ย มึงดูข่าวทีวีหรือเปล่า'' สนจ. บอกว่า ''ดู แล้วก็กำลังเกิดอาการหงุดหงิด ทั้งๆ ที่กูกำลังบอกตัวเองว่า คราวนี้กูจะไม่ไปดูพวกมันรวยไปช่วยพวกมันวิ่งอีกแล้ว กูลงสนามมาสองสมัยแล้วทั้งสิบสี่ตุลาและหกตุลา เบื่อแล้วโว้ย ที่สำคัญศพแม่กูเพิ่งจะขึ้นตั้งอยู่บนศาลาเมื่อเช้านี้เอง...'' หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ เสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้าน สนจ. ท่านเจ้าคุณโผล่หน้าออกมาจากรถ...แล้วเราสองคนก็เผ่นแผล็วสู่ถนน ''ราชดำเนิน'' ก่อนจะไปปิดท้ายกันที่ห้องโถงโรงแรมรอยัล ริมคลองหลอด แล้วไลน์โปรดิวเซอร์ของ สนจ. ไปก่อวีรกรรม ''จานบิน'' เพราะดันมีโต๊ะนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งเข้ามานั่งโต๊ะข้างๆ แล้วดันคุยกันเรื่อง ''หุ้นกับตลาดหุ้น'' นอกจากท่านเจ้าคุณจะ ''จานร่อน'' แล้วยังสำทับไปด้วยประโยคว่า ''ไอ้เอี้ย...บ้านเมืองเขากำลังจะคอขาดบาดตาย พวกมึงเสือกมานั่งคุยกันเรื่องหุ้นตก'' ผล..แนวร่วมเต็มห้องโถงหันมารุมมอง ไอ้หนุ่มนักเล่นหุ้นหายวับไปจากโต๊ะในพริบตา...ฮา หลังจากนั้นราวๆ ห้าทุ่ม สนจ. ก็ต้องคลานออกจากโรงแรมจนมาถึงริมบาทวิถีถนนริมคลอง เมื่อทหารเปิดฉากกระหน่ำยิงปืนขึ้นฟ้าและยิงใส่ฝูงชน ก่อนจะอาศัยมอเตอร์ไซค์นิรนามติดท้ายไปลงหน้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อเอารถวอลโว่โบราณของ สนจ. ขับกลับบ้าน. สนจ. ลืมไปแล้วจริงๆ ถ้าไม่นึกถึงวันที่แม่ตายจากไปคือวันนี้ วันวิสาขบูชา เพราะ เมื่อวาน สนจ. เพิ่งจะไปนั่งฟัง ''ดนตรีในสวนศิลป์'' ที่บ้านของ พี่ช่วง มูลพินิจ จิตรกรผู้เห็น ''มดยิ้มสวย'' ที่บ้านและหอศิลป์ส่วนตัวของแกที่หมู่บ้านธารารมย์ รามคำแหง 150 เป็นงานเล็กๆ ที่งดงามในหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่กัลยาณมิตรในแวดวงคนเขียนหนังสือ เขียนรูป เขียนเพลง และทำละคร เพื่อแนะนำผลงานการเขียนและวาดรูปประกอบของ พี่ช่วง มูลพินิจ ในชื่อ ฝูงมนุษย์ ตกเย็น ''หงา'' สุรชัย จันทิมาธร กับ มงคล อุทก หรือ หว่อง ตีรถมาจากบัวใหญ่โคราช หลังไปทอดผ้าป่าที่พนมไพรบ้านของหว่อง เพื่อมาร่วมงานแนะนำหนังสือพี่ช่วง แล้วพวกเราก็นั่งกินเหล้าฟังดนตรีในสวนกับสองในสี่ของสมาชิกคาราวาน และบรรดานักดนตรีรุ่นน้อง รวมไปถึง นักร้องสาว ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ หลานสาวแท้ๆ ของ ''พี่โก'' โกวิท สีตลายัน และพี่โก้..เมียพี่โก มังกรห้าเล็บ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับพี่ช่วง.. ไม่มีใครในห้วงเวลานั้น เอ่ยหรือพูดถึง..เหตุการณ์เมื่อ 16 ปีก่อนเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่พวกเราทั้งหมดที่นั่งอยู่ในสวนฟังหงากับหว่องและหนูศรัณย่าร้องเพลง ต่างล้วนแต่เคยผ่านสมรภูมิกันมาแทบจะทุกคน.....ฮา หรือเราต่างค้นพบความจริงแล้วว่า... เราถูกหลอก...ฮา และเราไม่ควรจะถูกหลอกให้ไปดูเขารวยไปช่วยเขาอีกวิ่งอีกเป็นคำรบที่สี่ที่ห้า.... พี่ช่วง พูดคำโตเอาไว้ในบรรยากาศ ''ดนตรีในสวน'' ที่บ้านเมื่อวานนี้ว่า.. คนเราใหญ่ได้ด้วยงาน และ ''เล็ก'' ได้ด้วยกาลเวลา.....ฮา มันก็แค่ 16 ปีแห่งความหลังที่ สนจ. ลืมไปแล้วจริงๆ ... จำได้แค่ว่า แม่จากไปเมื่อวันพระใหญ่...เท่านั้นจริงๆ
สยามดารา SMS update ข่าววงการบันเทิงก่อนใคร
AIS : กด *48903086111
DTAC : กด *19891916111
True Move : พิมพ์ DARA ส่งมาที่ 4890308
|