|
ยอมรับค่ะว่าเป็นความผิด...มันเกิดจากความว้าเหว่ ผสมกับดำกฤษณา มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรให้อภัย
...ใครล่ะเป็นต้นเหตุ...ดิฉันหรือเขา?...
''พี่ต้องเรียนต่อ เพราะหากมีการพิจารณา เรามีวุฒิสูงกว่า มันก็จะได้เปรียบ ผู้ใหญ่พิจารณาได้ง่าย''
''แล้วพี่จะไปเรียนอย่างไร?''
''เรียนเสาร์-อาทิตย์...คงไปตอนเย็นวันศุกร์ แล้วกลับเย็นวันอาทิตย์''
วุฒิสามีของดิฉันให้เหตุผลในการที่จะต้องเรียนระดับปริญญาโทต่อ สถานที่เขาต้องไปเรียนอยู่อีกจังหวัดหนึ่งไกลกว่าจังหวัดที่เราอยู่หลายร้อยกิโลเมตร ต้องเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
เหตุผลของเขานับว่ารับฟังได้เพื่ออนาคตของเขาและครอบครัวของเรา
แต่ดิฉันคิดว่า ในความเป็นจริง เรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว พ่อแม่เรามีทรัพย์สินเป็นมรกดให้ มีธุรกิจให้ ซึ่งดิฉันได้รับมอบมาดำเนินการแทน แม้จะไม่มากและไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โต หากเขารับราชการไป ดิฉันค้าขายไป เราสามารถอยู่ได้อย่างสบายและมีความสุข
เราอยู่ด้วยกันมา 3 ปีกว่าตั้งแต่จบการศึกษาใหม่ๆ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เขาเข้ารับราชการทันทีที่จบ ส่วนดิฉันเข้าทำธุรกิจที่พ่อแม่ดิฉันยกให้ วุฒิขยันในการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการของเขา หรือจะเรียกว่าบ้างานก็ได้ เขากลับบ้านค่ำ บ่อยครั้งดึกดื่น เช้าเขาจะรีบไปทำงาน วันๆ เราเจอกันนับชั่วโมงได้
เราจะมีเวลาที่เป็นตัวของเราเองบ้างก็เพียงวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็ไม่บ่อย เพราะเจ้านายจะเรียกเขาไปทำงาน
''เจ้านายเรียก เราจะไม่ไปได้อย่างไร?
''พี่เสนอตัว''
ดิฉันรู้ว่าเขาเสนอตัวที่จะทำงานกับเจ้านายในวันหยุด
''ไม่ได้เสนอตัว แต่เจ้านายถามว่างไหม...เราว่างก็บอกท่านไป...''
''พี่อาจว่างในการทำงาน เพราะบ้านเราไม่มีงานให้พี่ทำ...แต่สำหรับครอบครัวพี่ควรให้เวลาแก่ครอบครัวบ้าง''
''พี่ทำเพื่ออนาคตของครอบครัวเราเหมือนกัน...''
''พี่ทำเพื่อตัวเอง ความก้าวหน้าของตัวพี่เอง...''
เมื่อเขาจะไปเรียนหนังสือต่อ ความน้อยใจและเสียใจที่เขาเอาเวลาที่มีเพียงน้อยนิดของเราคืนไป มันเหมือนมีอะไรที่จุกอยู่ในอก คำพูดของดิฉันที่พูดแก่เขาในที่สุดคือ ''...แล้วแต่พี่ก็แล้วกัน''
ดิฉันอายุ 26 เท่านั้น สาวและหน้าตาดีพอควร...วัยอย่างดิฉันไม่ได้อยู่ในวัยที่อยู่กับบ้าน มุ่งแต่ทำงานเพียงอย่างเดียว ดิฉันยังต้องการความสนุกสนานและความอบอุ่นจากสามี
''ถ้าน้องจะเที่ยวบ้าง...พี่จะว่าไหม?''
เขานิ่งไปครู่
''แล้วแต่น้อง...จะไปเที่ยวกับใคร...?''
''ไปกับเพื่อน หรือพี่ๆ น้องๆ...''
ดิฉันและเขาเป็นสามีภรรยากัน...แต่เหมือนห่างไกลสุดหล้า
วันธรรมดาเช้าเขาไปทำงาน ดิฉันออกจากบ้านไปเปิดร้านดูแลสินค้าและลูกน้อง เย็น-ค่ำดิฉันกลับบ้านมาดูแลอาหารและก็รับประทานคนเดียว ไม่รู้เขาจะกลับเมื่อไหร่ ค่ำเขากลับมาอาบน้ำ กินข้าว แล้วรีบเข้าห้อง ซึ่งดัดแปลงเป็นห้องหนังสือและทำงานของเขา ส่วนดิฉันดูโทรทัศน์แล้วเข้านอน
การเรียนปริญญาโทมีการบ้านมาก วันศุกร์เขาต้องรีบไปขึ้นรถเมล์หรือนั่งรถร่วมกับเพื่อนๆ ไปยังจังหวัดที่เขาเรียน วันอาทิตย์เขาจึงกลับ บางทีกลับรถไม่ทันเขาต้องกลับตอนเช้าวันจันทร์
''ไปเที่ยวเมืองจีนกัน'' เพื่อนชวน ดิฉันรับปากทันที เป็นประเทศและสถานที่แรกที่ดิฉันเริ่มในการท่องเที่ยว...จากเมืองจีนไปฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น...
ดิฉันได้รู้จักกับ ต. ผู้ชายวัย 55 ที่เกษียณมาจากบริษัทญี่ปุ่น พ่อม่ายเมียตายมีลูกคนเดียว
''ผมขอใช้ชีวิตบั้นปลายในการท่องเที่ยว...'' เขาบอกกับดิฉัน
''ขอเที่ยวก่อน...เบื่อเมื่อไหร่อาจจะจับงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มเงิน ไม่ให้มันหมดไปจนแห้งธนาคาร
เราใกล้ชิดกันเพราะการท่องเที่ยว เขามีโปรแกรมไปไหนเขาจะชวน ดิฉันมีโปรแกรมก็จะชวนเขา
เราเป็นเพื่อนต่างวัยห่างกัน 30 ปี แต่เรากลับไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน
บรรยากาศของต่างประเทศความใกล้ชิด ความว้าเหว่และความต้องการ
ดิฉันตกเป็นของเขาด้วยความเต็มใจ...เต็มใจที่จะหาความสุขจากเขา
ดิฉันคิด...ให้มันครบ...เที่ยว กิน และเซ็กซ์...
แล้วดิฉันก็ขอแยกทางกับสามี...เขาเรียนก็เรียนไป อนาคตของเขา...ส่วนอนาคตของดิฉันคือ ทำงาน เก็บเงิน เที่ยว และมีเซ็กซ์...ใครจะว่าก็ช่าง...นี่คือตัวของดิฉัน
''ปราณี''
สยามดารา SMS update ข่าววงการบันเทิงก่อนใคร
AIS : กด *48903086111
DTAC : กด *19891916111
True Move : พิมพ์ DARA ส่งมาที่ 4890308
|