หน้าแรก ข่าว Dara Variety
''ต้อม'' นักแสดงหญิงผู้โลดแล่นบนเส้นทางบันเทิงมากว่า 20 ปี ด้วยใจสู้
24 ธันวาคม 2554 2:46 น.
View : 0  Post : 0





ชีวิตหนึ่งคนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายหลากหลายรูปแบบที่จะเจอะเจอ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนก็จะมีบทเรียนและประสบการณ์ในชีวิตแตกต่างกันไป บ้างก็ทรหดอดทนซะจนเรียกว่าแทบดิ้น บ้างก็สู้สุดชีวิตเพื่อให้ได้สิ่งใฝ่ฝัน หรือบ้างก็เจอะโชคชะตาพัดพาเอาโอกาสต่างๆ เข้ามาให้ได้ตื่นเต้นกับหนึ่งชีวิตที่เกิดมา แต่ไม่ว่าทุกคนจะมีประสบการณ์แตกต่างมากมายขนาดไหน เราเองสามารถสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้ชีวิตเราเองได้ด้วยการคิดดีทำดีได้ดี ซึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกันทุกคน


กลับมาพบกันอีกครั้งกับสยามดาราในคอลัมน์ ''ดาราเก่า เธอเขาอยู่ที่ไหน'' อาทิตย์นี้ก็ใกล้จะเป็นอาทิตย์สุดท้ายของปีกระต่ายแล้ว หวังว่าประสบการณ์หนึ่งปีของทุกท่านจะเป็นสิ่งที่ช่วยบอกและช่วยเตือนให้เราเลือกทำอนาคตในวันข้างหน้าให้ดียิ่งขึ้นไป วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะชีวิตของอดีตนางเอกหน้าหวานที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงการมาแล้วกว่า 20 ปี และมีผลงานหลายเรื่องเหลือเกิน และทุกเรื่องที่เธอได้เข้ามารับบทของนักแสดงนั้นก็เรียกว่าเป็นละครที่ยอดฮิตของผู้ชมในสมัยนั้นแบบติดลมบนนั่นก็คือสาวผู้มากด้วยเสน่ห์ ''ต้อม'' รชนีกร พันธุ์มณี
 
จากการเริ่มต้นพูดกับเธอว่าห่างหายไปพักใหญ่ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และย้อนกลับไปพูดคุยถึงเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นในชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดารา มาจนถึงการทำงานในวงการที่เธอนั้นได้สัมผัสบทบาทอย่างหลากหลายและเล่นได้สมจริงทุกบทบาท เรียกว่าแฟนละครคนดูนี่พลาดไม่ได้เลยสักตอน กระทั่งชีวิตของการเป็นแม่ในขณะนี้ เธอจะมีอะไรมาให้เราได้สัมผัสถึงความเป็นมืออาชีพของนักแสดงเจ้าบทบาทคนนี้บ้าง เชื่อว่าทุกท่านคงจะอยากทราบไม่น้อยไปกว่าเราแล้ว ไปติดตามดูเรื่องราวในชีวิตของเธอกันได้ ณ บัดนี้..

 

ห่างหายจากวงการไปพักหนึ่งตอนนี้ทำอะไรอยู่?
 
''ตอนนี้ก็มีละครอยู่นะคะ แต่ว่าตอนนี้ที่กำลังซ้อมอยู่ก็จะเป็นละครเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรตอนนี้ก็ยังรับงานละครอยู่ปกติค่ะ แต่ก็อาจจะไม่เยอะเท่ากับตอนที่เรายังสาวแค่นั้นเอง''

 

ช่วงที่หายไปนั้นทำไรมาบ้าง?
 
''ก็มีแบบอยากจะแบบออกไปอยู่ส่วนตัวนิดนึงก็เลยอาจจะมีช่วงที่ไม่ค่อยได้เห็น ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ก็เคยเปิดร้านอาหารอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ว่าสุดท้ายก็ไปไม่รอด เพราะเราเป็นคนที่ชอบทานมากกว่าทำเองอะไรแบบนั้น พอไปทำแล้วเราก็ไม่ค่อยมีเวลาด้วย''

 

ย้อนกลับไปถึงสมัยก่อนเข้าวงการอะไรคือจุดเริ่มต้นของการเข้ามาสู่วงการนี้ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม?
 
''พี่เข้ามาในวงการก็เริ่มจากการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปี 1991 แล้วพอได้ตำแหน่งปีนั้นจะต้องไปประกวดมิสเอเชียแต่ว่าในช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เค้ารบกัน เราก็เลยไม่ได้ไปประกวด คุณแดงก็เลยให้มาเล่นละครแทน เรื่องแรกนี่จะเป็นเรื่องพี่เลี้ยงค่ะ เค้าจะไม่รู้จักในชื่อรชนีกรนะ เค้าจะรู้จักในชื่อคุณเรมากกว่าในตอนนั้น''

 

รู้สึกยังไงกับก้าวแรกของการขึ้นชื่อว่าเป็นดารา
 
''ที่จริงมันก็งงตั้งแต่เราได้ตำแหน่งมิสทีนไทยแลนด์แล้วค่ะว่าเราได้ยังไง แรกๆ เลยพี่รู้สึกอึดอัดนะเพราะว่าเราเป็นคนที่แบบสบายๆ พอมาอยู่ที่ตรงนี้แล้วเราต้องออกไปเจอผู้คนแล้วมันทำให้เรารู้สึกว่าเวลาส่วนตัวของเรามันหายไป เวลาเราไปเจอคนข้างนอกก็ต้องทำตัวเฮฮาปาร์ตี้ยิ้มแย้มแจ่มใสอะไรแบบนี้ เราก็จะแบบบางอารมณ์เราก็อยากเป็นตัวของตัวเองบางอารมณ์เรามีเศร้าบ้างอะไรแบบนี้เราก็ยังต้องยิ้มทุกสถานการณ์ แต่เราก็รู้ดีว่าถ้าเราไม่มีบรรดาประชาชนที่เค้ามาปลื้มเราแบบนี้เราก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ มันก็ยากเหมือนกันนะเพราะว่าตอนนั้นเราก็ยังอายุน้อยอยู่ก็ค่อนข้างที่จะปรับตัวยากอยู่เหมือนกันค่ะ''
 
 
เรียกว่าวงการนี้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตไปเลยหรือเปล่า?
 
''เปลี่ยนเราให้โตขึ้นแล้วก็ให้เรามีระเบียบวินัยมากขึ้น รู้จักในการวางตัวเคารพผู้ใหญ่ในวงการแล้วเราก็ต้องเคารพกับเวลาของตัวเองและคนอื่นด้วยซึ่งตรงนั้นมันทำให้เราโตขึ้นและทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้นด้วย''

 

ผลงานชิ้นไหนที่คิดว่าประทับใจที่สุด?
 
''ผลงานที่ประทับใจจริงๆ แล้วก็เกือบทุกเรื่องนะคะเพราะทุกๆ บทที่เราได้รับมาเนี่ยก็ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันทุกเรื่องเลย แต่ว่าส่วนใหญ่สมัยก่อนเราก็จะได้รับบทเป็นแบบสาวเจ้าน้ำตาซะมากกว่าจะเล่นแนวดรามาค่อนข้างเยอะ ก็จะมามีเรื่องที่เล่นในบทของลำยองที่จะฉีกแนวหน่อย อันนั้นจะเล่นแบบค่อนข้างจะท้าทายหลากอารมณ์มาก เรื่องที่ท้าทายสำหรับพี่แล้วคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องทองเนื้อเก้านี่แหละแล้วก็เรื่องราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ เพราะด้วยบทอย่าง ทองเนื้อเก้า เนี่ยบทก็จะเริ่มมาจากชีวิตที่ติดดินมากๆ จนแบบโตขึ้นมาแล้วใช้ชีวิตที่หลากหลายมาก แล้วก็ติดเหล้าในเวอร์ชั่นของที่พี่แก้ว (อภิรดี) เล่นยังเป็นซิฟิลิสนะ แต่ว่าของพี่นี่จะเป็นเอดส์เลย (ขำ) ก็จะต้องเล่นตั้งแต่สาวสวยจนกระทั่งแบบว่าเราเป็นโรคจนกระทั่งแบบว่าเราไปนอนอยู่กับพื้นเป็นคนบ้าไปเลย''

 

มีบทไหนที่อยากเล่นแล้วยังไม่เคยได้สัมผัสเลยบ้างไหม?
 
''อยากจะเล่นอยู่บทนึงนะที่อยากเล่นมากแต่พอขอใครแล้วไม่เคยได้เลยสักทีนั่นก็คือบทบู๊ เพราะว่าทุกคนจะมองว่าพี่เนี่ยตัวเล็กกลัวจะแบบเล่นไม่ไหวอะไรแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วพี่น่ะอยากลองบทนี้เอามากๆ (หัวเราะ) แต่ผู้ใหญ่จะกลัวว่าเราจะหักสองท่อนอะไรแบบนั้น เราตัวเล็กดูบอบบางผู้ใหญ่เลยจะแบบไม่เอาไม่ให้เล่น''

 

ใช้ชีวิตในวงการมากว่า 20 ปีคิดว่าวงการบันเทิงให้อะไรบ้าง?
 
''ให้เราโตขึ้นค่ะ อย่างพี่เมื่อก่อนพี่ก็เป็นแค่เด็กนักศึกษาคนหนึ่งซึ่งแบบสมัยก่อนตอนมาทำงานตอนนั้นก็เพิ่งจะอยู่ประมาณปีหนึ่งปีสอง เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนกับเราเองได้เริ่มทำงานก่อนเพื่อน ก็เหมือนกับท้ออยู่เหมือนกันช่วงนั้นเพราะมันจะเป็นแบบว่าถ่ายไปออนไป แล้วเราก็จะแบบเหนื่อยมากบางทีก็ไม่ได้นอนเลย เราก็จะแบบไปปรึกษาอาจารย์เพราะเราเรียนไม่ทันเพื่อนๆ เราก็จะแบบไม่อยากทำงานแล้วอะไรแบบนั้น อาจารย์ท่านก็ให้กำลังใจว่าทำไปเถอะเรื่องเรียนมีอะไรก็ปรึกษากันได้มีอะไรเดี๋ยวอาจารย์ท่านจะช่วยเพราะว่าเราก็ถือว่าได้ทำงานแล้วก็ได้ประสบการณ์ก่อนเพื่อนอาจารย์ท่านมองว่ามันน่าจะดีนะเพราะจะได้มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าประสบการณ์ในการทำงานมันเป็นยังไง พี่ก็เคยเข้าไปหาคุณแดงเหมือนกันนะสมัยนั้นเดินเข้าไปบอกท่านว่าขอเรียนได้ไหมเพราะหนูเรียนไม่ทันเพื่อนๆ เลย คุณแดงท่านก็จะสอนว่าเราน่ะมีโอกาสก่อนเพื่อนนะ เราได้ทำงานเราได้ประสบการณ์แล้วเราก็ได้เงินใช้ก่อนเพื่อนๆ อีก ลองทำดูก่อน หลังจากนั้นเราก็เลยแบบอ่ะ ขอลองต่อแล้วกัน ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจในเรื่องของโอกาสผู้ร่วมงานรวมไปถึงคุณแดงด้วยเพราะพี่เชื่อว่าถ้าพี่ไม่มีคุณแดงพี่ก็ไม่มีโอกาสมาจนถึงวันนี้''

 

เคยมีช่วงเวลาที่เบื่อหรือท้อจากการทำงานในวงการบ้างไหม?
 
''มันก็เคยมีช่วงนึงนะที่เรารู้สึกว่าอิ่มตัวกับการทำงานตรงนี้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่ได้อ่ะ มันต้องทำ มีช่วงที่เราถอดใจอยากมีครอบครัวแล้วพอออกไปจริงๆ แล้วเราต้องไปอยู่เฉยๆ แบบนั้นมันก็ไม่ใช่เพราะว่าเราทำงานมามันก็จะอะเลิร์ตอยู่ตลอด แต่พอเรามาคิดอีกทีเราก็จะแบบเอ๊ะนี่มันไม่ใช่แล้วนะ ถึงเรามีครอบครัวเราก็ทำงานได้นะก็เลยกลับมาทำต่อค่ะ''

 

มาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าวงการบันเทิงจากสมัยก่อนมาจนถึงตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากไหม?
 
''เปลี่ยนไปมากค่ะ เพราะวงการเราพัฒนาเยอะมากนะเรียกว่าแทบจะตามไม่ทันเลย อย่างสมัยก่อนเนี่ยจะเป็นการใช้บลูสกรีน เราต้องแบบมีไส้ที่หนักเป็นกิโลๆ มาห้อยอยู่ที่คอเรา แล้วก็ต้องมีผ้าสีฟ้ามาคลุมอยู่ที่ตัวเราไหนจะอย่างอื่นอีกเยอะแยะมาก แต่สมัยนี้ก็ไม่ต้องแล้วแต่งคอมพ์นิดเดียวก็เนียนแล้ว การหลอกแสงจากกลางวันเป็นกลางคืนกลางคืนเป็นกลางวันอย่างงี้มันก็จะแบบพัฒนาจากเดิมมาเยอะมากเพราะเมื่อก่อนนี่เหนื่อยกว่านี้มากค่ะ''

 

ชีวิตครอบครัวในฐานะของคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง
 
''พี่มีเวลากับลูกเต็มที่เลยถึงงานจะเยอะเราทำงานเต็มที่แต่เราก็ให้ลูกเราเต็มที่เหมือนกัน อย่างถ้าเราว่างเราก็จะพาลูกไปทัศนศึกษาบ้างไปข้างนอกบ้างอะไรแบบนี้ก็จะมีเวลาอยู่กับลูกพอสมควร ตอนนี้เราก็อยู่กับลูก น้องก็เลี้ยงไม่ยากนะคะเพราะเค้าจะเข้าใจเวลาที่เราบอกว่าเราไปทำงานเค้าก็จะไม่รบเร้าไม่งอแง เค้าจะโอเคเราก็จะสบายใจ''

 

เคยมีความคิดอยากจะให้ลูกเข้าวงการเหมือนเราบ้างหรือเปล่า?
 
''โอ้โห... อันนี้เรามองแล้วก็คิดว่ายากนะ ยากมากพอสมควรเลยแหละ เพราะว่าก็มีหลายคนเหมือนกันที่ติดต่อมาว่าอยากให้ลูกเราไปเล่น แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไม่รอด เอ่อ...เค้าจะขี้อายและไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไรแบบนั้น แต่ที่เรากลัวที่สุดเนี่ยเรากลัวว่าลูกเราเนี่ยจะไม่มีระเบียบวินัยในการทำงาน ถ้าทำแล้วเค้าแบบไม่มีความรับผิดชอบคือเค้ายังไม่โตเต็มที่เราก็จะไม่อยากไปบังคับเค้า ให้ถึงเวลาที่เค้าพร้อมแล้วเค้าชอบตรงนี้จริงๆ เราก็พร้อมที่จะสนับสนุนเค้าอยู่แล้วค่ะ

 

ในอนาคตคิดว่าอยากจะหยิบจับทำอะไรบ้างนอกจากงานในวงการ?
 
''ตอนนี้ก็กำลังคิดที่จะทำเรื่องของสมุนไพรเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกายก็อยากจะทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับความสวยความงามนะ เพราะว่าเราเองก็ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว และที่สำคัญเราก็จะมองว่าเราเนี่ยแก่แล้ว เราก็เลยจะแบบพยายามที่จะมองถึงตรงนี้ ก็ค่อนข้างจริงจังเลยถ้าเป็นไปได้ก็คิดที่จะผลิตส่งนอกเลยค่ะ''

 

ในฐานะที่ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมานานมากอยากให้ฝากข้อคิดให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ๆ สักหน่อย?
 
''อยากจะแนะนำในเรื่องของการเคารพรุ่นพี่รุ่นน้องทั้งเวลาของตัวเราและคนร่วมงานแล้วก็อีกอย่างก็คืออย่าได้ไปหลงระเริงกับวงการ เราต้องวางตัวเราให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา เท่านี้พี่ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอแล้วนะสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในวงการนี้ค่ะ''

 

สุดท้ายอยากให้ฝากถึงเหล่าแฟนๆ ที่ยังคอยติดตามผลงานของเราอยู่จนถึงทุกวันนี้
 
''ตอนนี้ก็มีละครเรื่องดุจดาวดินนะคะเรื่องนี้ก็จะพลิกบทบาทจากที่ทุกคนจะเคยเห็นเรารำไทยเรื่องนี้ก็จะไม่ใช่รำไทยอย่างเดียว ก็คือจะเป็นนางเอกลิเกซึ่งเราเองไม่เคยเล่นมาก่อนเลย ก็ต้องมาหัดร้องหัดรำลิเกใหม่หมด ก็ฝากให้กำลังใจกันด้วยแล้วก็ละครเวทีเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรค่ะ ก็หวังว่าทุกคนที่ติดตามผลงานเรามาตลอดจะช่วยกันติดตามผลงานของเราต่อไปอีกเรื่อยๆ และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้มาจนถึงวันนี้ค่ะ''

 

เรื่องราวทั้งหมดที่เราได้พูดคุยกับเธอนั้นทำให้เรารู้ซึ้งได้ดีกับสำนวนฝรั่งที่มักจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ว่า ''เดอะ โชว์ มัส โก ออน'' หรือชีวิตเราต้องสู้ต่อไปด้วยสปิริตในตัวของเราเอง ทุกคนบนโลกนี้มีความรู้สึกท้อได้แต่เราอย่าถอยและต้องเดินหน้าฝ่าฟันในสิ่งที่เรารักไปให้ถึงที่สุด อย่างน้อยมันก็คุ้มกับชีวิตของคนหนึ่งคน เพราะเราจะไม่เสียแรงกับสิ่งที่เราทำเต็มที่และจะไม่เสียใจที่ทำไมในวันก่อนนั้นเราไม่ลงมือทำ กลับมาพบกันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าส่วนในอาทิตย์ต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีขอรับ

 
ดารา :  
  คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าวนี้
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย

การเสนอข่าว

เห็นด้วย 
0%
ไม่เห็นด้วย 
0%
ร่วมแสดงความคิดเห็น
อ้างอิง
คำอธิบาย
1. กรุณางดเว้น การใช้คำหยาบคาย กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ

2. ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

3. พบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณา

4. ผู้ดูแลเว็บไซต์ ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความที่ไม่เหมาะสม ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลใดๆ
ผู้โพส
ใส่รหัส

Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :พิชญ์นาฏ สาขากร
ชื่อเล่น : เมย์
วันเกิด : 
ค้นหาดาราอื่นๆ
ค้นหาตามตัวอักษร
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
''คุณแดง'' นำทีมครอบครัวช่อง 7 ทำบุญบวงสรวงใหญ่อบอุ่น
24 ธันวาคม 2554 2:34 น.
'ƍ สีช่วยชาวบ้าน'' ยกทัพนักแสดงแท็กทีมมิสทีนไทยแลนด์ 2011 ลุยฟื้นฟู จ.ลพบุรี
24 ธันวาคม 2554 2:31 น.
อีกก้าวแห่งความฝัน "แพง''ขวัญข้าว เศวตวิมล เปิดแบรนด์เสื้อผ้า Kwankao ฐานะดีไซเนอร์
23 ธันวาคม 2554 2:24 น.
"อินสไพร์ฯ'' ร่วมกับ "ไอ-โมบาย'' มอบถุงฟื้นฟูช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางช่อง 7 "ฮาน่า ลีวิส'' มิสทีน ไทยแลนด์ 2010 นำทีมสาวใสสวัยทีน ไม่พลาดร่วมปันน้ำใจ
23 ธันวาคม 2554 2:17 น.
''อาราชิ'' โชว์รองเท้านักบิดใหญ่ที่สุดในโลก ฉลองความสำเร็จกระแสฮิตในเมืองไทย
23 ธันวาคม 2554 2:11 น.
ใจหายใจคว่ำ ''คุณแดง'' พ้นวาระจากช่อง 7 สี
22 ธันวาคม 2554 0:44 น.
นมเกือบแตก "ครีม'' บู๊แหลกลาน
22 ธันวาคม 2554 0:33 น.
''รุจ'' ไม่เครียดหมอดูทักคู่ ''น้ำชา'' ขอโฟกัสเรื่องงานมากกว่าความรัก
21 ธันวาคม 2554 1:28 น.
หนิง-จิน ฉลองวิวาห์สุดหวานดาราร่วมยินดีคับคั่ง!!
21 ธันวาคม 2554 0:47 น.
อึ๋ม...''เอมี่'' ขาวน่ามอง
21 ธันวาคม 2554 0:40 น.
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com