หน้าแรก ข่าว Dara Variety
เปิดใจ "ชาลอต" บิ๊ก "มีเดียฯ" ลุยศึกข่าวเช้าส่ง "เช้านี้ที่หมอชิต" เน้นหลากหลายแทน "จมูกมด"
23 พฤษภาคม 2552 0:48 น.
View : 0  Post : 0





ไม่ว่าจะเป็นโชค จังหวะ โอกาส หรือฝีมือ ''ชาลอต โทณวณิก'' ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของ มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ไปแล้วในปัจจุบัน หลังจากที่ได้สร้างปรากฏการณ์ เปิดศักราชข่าวในรูปแบบใหม่ให้กับบิ๊กฟรีทีวีอย่างช่อง 7 สี จนเรียกว่าทำให้เกิดสงครามรายการข่าวระหว่างช่องกันแบบคึกคัก กับผลงานที่เข้าตากรรมการ แสดงฝีมือกันให้เห็นจะจะ กับข่าวช่วงค่ำ ''เจาะเกาะติด'' และ ''ประเด็นเด็ด 7 สี''

ล่าสุด มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ได้รับความไว้วางใจอีกครั้งจากช่อง 7 เปิดไฟเขียว ลุยสงครามข่าวเช้า โดยโละรายการจมูกมดออก ส่งรายการวาไรตี้ข่าว ''เช้านี้ที่หมอชิต'' เข้าประชัน พร้อมประกาศสู้เต็มตัว หวังเรียกเรตติ้งครองหัวแถวข่าวช่วงเช้า โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ซึ่งนำทัพโดย ''ชาลอต โทณวณิก'' แถลงข่าวเปิดตัว รายการ ''เช้านี้ที่หมอชิต'' อย่างเป็นทางการที่โรงแรมดุสิตธานี  

 งานนี้สยามดาราได้มีโอกาสสัมภาษณ์บอสใหญ่ มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ''ชาลอต โทณวณิก'' ถึงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการที่ มีเดีย ออฟ มีเดียส์ นำเสนอรายการวาไรตี้ข่าว ''เช้านี้...ที่หมอชิต'' ออกอากาศสดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-07.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มวันจันทร์ 1 มิ.ย. นี้ ซึ่งเดิมเป็นเวลาของรายการ ''จมูกมด'' 

 รูปแบบรายการและจุดพิเศษรายการวาไรตี้ข่าว ''เช้านี้ที่หมอชิต'' ?
  ''ก่อนหน้านี้ทาง มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ได้มีโอกาสทำรายการข่าวในช่วงค่ำ คือเจาะเกาะติด และ ประเด็นเด็ดเจ็ดสี ซึ่งเรตติ้งจัดอยู่ในระดับที่สูงจนน่าพอใจ  ทางช่องก็เรียกเราไปคุย และก็อยากให้เรามาทำรายการข่าวในช่วงเช้า โดยเราเห็นว่าทางช่องก็ได้ไว้วางใจเรา ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี เราก็เข้ามาทำ ที่ไปที่มาก็ประมาณนี้ค่ะ พอเราได้รับเวลามาจากคณะกรรมการช่อง 7 (ที่ดูแลเรื่องผังรายการ) ก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างหนึ่งคืออยากที่จะสร้างความหลากหลายเลยออกมาในแนววาไรตี้ข่าว คอนเซปต์หลักของรายการเรานำเสนอให้เห็นว่ามีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไฮไลต์คือ ผู้รู้...ผู้เล่า เราจะให้ผู้รู้แต่ละเรื่องมาเล่า ได้รับเกียรติจาก อ.วีระ ธีรภัทร ร่วมวิเคราะห์เศรษฐกิจรอบตัว ทุกวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ด้านกีฬาที่มีหลากหลายก็ได้รับความร่วมมือจากบรรดานักกีฬาที่เป็นขวัญใจของชาวไทย มี ''ตุ๊ก'' ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, ''บอล'' ภราดร ศรีชาพันธุ์, สมจิตร จงจอหอ และยังได้ สมชาย ศักดิกุล นักพากย์เทนนิสชื่อดังมาช่วยเป็นผู้เล่าในเรื่องของกีฬาเชิงลึก อีกทั้งยังได้ลูกชาย ''คุณตุ๊ก-ปิยะพงษ์'' คือ ''แตงโม'' พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน มาเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับ คุณศิริ สาระผล เมื่อนึกถึงรายชื่อต่างๆ นี้มาได้ เราติดต่อภายในวันเดียว ทุกคนตอบรับหมด เรื่องบุคลากรเลยลงตัว''

สาเหตุที่เลือกอ.วีระ?
 ''เรื่องเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ที่คนควรจะรู้ แม้กระทั่งคนที่อยู่ห่างไกลหรือชาวไร่ชาวนาเขาควรจะต้องรู้ เพราะบางทีมันอาจมีผลกระทบกับเขาก็ได้ พี่เป็นคนที่มาจากสายเศรษฐกิจ พี่จะดูว่าส่วนใหญ่เวลาพูดแล้วเนี่ยคนที่เขาเดือดร้อนจริงๆ ได้รับผลกระทบจริงๆ เขาเข้าใจไหม ก็มองอ.วีระ  ธีรภัทร มาตั้งนานแล้ว อาจารย์เป็นคนพูดเรื่องเศรษฐกิจแล้วชาวบ้านเข้าใจ พูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ก็เลยเชิญอาจารย์มา  อีกย่างที่เลือกอาจารย์เพราะอาจารย์มีความเก๋า คือเรื่องแบบนี้ เรื่องเศรษฐกิจมันต้องมีความเข้าใจ บางทีเราเคยฟังผู้ประกาศข่าวบางรายรายงานข่าวเศรษฐกิจแล้วไปตีความเองไปตีความผิด ผู้ประกาศเองและรายการมีส่วนที่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคน อาจารย์วีระมีความสามารถเฉพาะตัวที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย อันนี้เด่นที่สุด''

รายการเช้านี้ที่หมอชิต เข้ามาทำแทนรายการเดิมตรงนี้มีคอนฟลิกต์หรือเปล่า?
  ''คงไม่มีคอนฟลิกต์หรอกค่ะ เพราะว่าทางเราเองก็ยังมีการเชิญผู้ประกาศข่าวของทางช่อง 2 คน คือ เหมือนฝันกับศิริก็ถือว่าเราเป็นการได้รับความกรุณา เราก็ทำตรงนี้เข้าไปในตัวสถานีไม่ได้มีปัญหาอะไร''

การได้รับมอบหมายในครั้งนี้คิดว่าสืบเนื่องมาจากอะไร? 
 
''คิดว่า อาจจะเป็นได้จากผลตอบรับที่ดีของรายการ ประเด็นเด็ด 7 สี รายการภาคดึกที่เคยมีเรตติ้งสูงถึง 7.5 จากปกติ 4.5-5 ผู้ใหญ่ทางช่อง 7 เลยลองมอบเวลาเช้าให้เรานำเสนอข่าวอีกแนวหนึ่ง เลยกลายเป็นการเปิดตัวรายการภายใน 2 เดือน''

คิดว่ายังเป็นน้องใหม่ด้านข่าวเช้าหรือไม่?
  ''ยอมรับว่าเราเป็นน้องใหม่ในวงการข่าว ทีมงานอาจจะเป็นหน้าเก่า แต่ตัวเราเองกับการเริ่มต้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนมองว่าทำมาชนกัน ซึ่งเราคงต้องขอเวลาในการหาจุด จากที่เราประสบความสำเร็จจากรายการข่าวภาคค่ำ แต่คนที่นอนดึกกับคนที่ตื่นเช้าอาจจะมีพฤติกรรมคนละแบบ แต่ทั้งหมดการที่มีเดียฯ ทำอะไร เราจะวิเคราะห์ วิจัย ดูเรตติ้ง ซึ่งการวิเคราะห์เราใช้ค่อนข้างมาก แต่การปรับรูปแบบรายการเราทำไปตามฐานผู้ชม ในครั้งนี้กับการทำรายการข่าว เรามีความตั้งใจ แต่ผู้ชมเป็นผู้ตัดสินแล้วกัน''

 การได้เวลาเพิ่มในการทำรายการข่าว เหมือนเป็นการตอกย้ำกับข่าวที่ ''คุณแดง'' สุรางค์ เปรมปรีดิ์ เริ่มจะวางมือ?
  ''คิดว่างานนี้ไม่เกี่ยว คือช่อง 7 ทำงานด้วยคณะกรรมการฯ เมื่อคณะกรรมการมอบเวลานี้มาให้เราทำ ส่วนคุณแดงท่านเก่งอยู่แล้วในเรื่องละคร เสาร์ 5 เปิดมาก็ได้เรตติ้ง 13.5 อย่างที่มีคนเคยพูด คนอย่างอาหลอง (ฉลอง ภักดีวิจิตร) ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณแดงทำอยู่นั้นหาคนเทียบได้ยาก ด้านละครไม่มีใครทำได้เหมือนคุณแดงหรอก''

ได้เวลาเพิ่มด้านบุคลากรข่าวเพิ่มจำนวนขึ้นมากแค่ไหน?
 ''มีผู้ประกาศข่าวจากที่อื่นมาร่วมงาน แต่เราไม่ถึงกับดูด เพราะเราไม่ใช่สถานี เราเป็นบริษัท เพราะฉะนั้นการจะรับคนเราจะรับให้เพียงพอกับรายการที่มีอยู่ ถ้ามีการขยายเราดูกันว่าจะมีการเพิ่มคนตามงาน ถ้าเพิ่มคนมาแล้วเขาจะต้องมีหน้าจอ ตอนนี้มีเดีย สตูดิโอ เรามีทีมงาน 70 คน ทำ 3 รายการ ประเด็นเด็ด 7 สี, เจาะเกาะติด และ เช้านี้ที่หมอชิต'' (ถ้าเป็น มีเดีย ออฟ มีเดียส์ มีพนักอยู่ประมาณ 150 คน)

ค่าตัวของนักกีฬาขวัญใจชาวไทยอย่าง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และ สมจิตร จงจอหอ ที่ดึงมาร่วมวิเคราะห์ข่าวกีฬาแบบลงลึกเป็นอย่างไร?
  ''ไม่ได้เหมือนค่าตัวโฆษณา เขาจะได้ต่อเทป ที่เขามาเขาไม่ได้มองว่าจะได้เงินเท่าไหร่ แต่ทุกคนมาเพราะอยากทำงานร่วมกัน และหน้าจอช่อง 7 เป็นหน้าจอที่น่าสนใจอยู่ (เชื่อมั้ยว่ายังไม่ได้คุยเลยว่าต่อเทปจะให้คนละเท่าไหร่) ให้เป็นค่าตัวต่อเทปเหมือนพิธีกร ไม่ได้เหมาจ่าย ซึ่งพวกเขาเองไม่เคยถามเลยว่าจะให้เท่าไหร่ แต่เราก็รู้ว่าเราจัดสรรตามมาตรฐาน''

 เตรียมขยายงานเพื่อรองรับกับการทำธุรกิจบันเทิงครบวงจรหรือไม่?
 ''ต้องดูจังหวะและโอกาส ด้านละครทำต่อแน่ จากที่ทำเรื่องแรก รักนี้เคียงตะวัน เรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 13-16 ถือว่าเราเข้าใจทิศทางการทำละครช่อง 7 ในระดับหนึ่ง ละครเรายังคงทำต่อไป เตรียมที่จะเปิดกล้องทางช่อง 7  2 เรื่อง และช่องอื่นอีก 1 เรื่อง เราอยากเป็นเหมือนผู้จัดอื่น เพราะบริษัทเราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สามารถที่จะเสนองานกับช่องอื่นๆ ได้''

การที่มีเดียฯ ต้องมีงานเพิ่มขึ้น?
  ''เราเป็นบริษัทลูก งานที่ได้รับมอบหมายคือการทำบริษัทลูกให้ติดอันดับต้นของธุรกิจบันเทิง เราก็มุ่งหน้าไปทางนั้น เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น''

เคยพูดว่า ขอเวลา 2 ปี ที่จะปรับทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วจะได้เห็นของจริง ถึงปีนี้คิดว่าได้เห็นของจริงในระดับการสร้างรายได้เพิ่ม?
 ''บริษัท มีเดียฯ ผลิตรวมแล้ว 8 รายการ ประเด็นเด็ด 7 สี, เจาะเกาะติด, เช้านี้ที่หมอชิต รายการ เส้นทางเศรษฐี, หนึ่งสมองสองมือ, เฮฮาหน้าซอย ฯลฯ ถ้านับนาทีเดิมเรามีอยู่ 798 นาที จากเวลาของ 6 รายการ เมื่อเพิ่ม 2 รายการ ข่าวใหม่ ประเด็นเด็ด 7 สี (เริ่ม 1 พ.ค.) กับ เช้านี้ที่หมอชิต (จะเริ่ม 1 มิ.ย.) จะรวมนาทีเป็น 1,172 นาที ต่อสัปดาห์ ในเรตโฆษณา ประเด็นเด่น 7 สี เราตั้งราคาสูงสุดในราคาข่าวแนวเดียวกัน อยู่ที่ 3 แสนบาท ส่วนเรตเช้านี้ที่หมอชิต เราเริ่มต้นที่ 1.2 แสน (จมูกมด 1 แสน) ในขณะนี้รายการ เช้านี้ที่หมอชิต มีสปอนเซอร์ที่ตอบรับแล้ว ในตอนนี้อยู่ระหว่างปิด โดยหลักแล้วเราคิดว่าน่าจะเต็ม''

ลงทุนทำรายการ เช้านี้ฯ เท่าไหร่?
 ''รายการนี้ไม่ได้มีการทุ่มงบ เพราะว่าเรามีวิดีโอวอลล์ เรามีเวอร์ชวลสตูดิโอ เรามีบุคลากรอะไรต่างๆ มันเป็นการแชร์ทรัพยากรที่เรามีอยู่มาทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าเราสามารถขายโฆษณาได้ตามที่เรามองไว้ในกรณีที่ดีที่สุด เราก็น่าจะมีกำไรเลย โฆษณาก็เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็มีเข้ามา 9 ตัว แต่คงต้องหาอีก เพราะเป็นรายการที่เวลาค่อนข้างเยอะ รายจ่ายส่วนใหญ่หนักไปทางบุคลากรมากกว่า เราดูแล้วว่าถูกจัดสรรมาเป็นค่าใช้จ่ายของรายการนี้เท่าไหร่ ออกมาเน็ตๆ แล้วเรากำไร อย่างวิดีโอวอลล์ที่เราเพิ่งซื้อมา ก็กระจายค่าใช้จ่ายมาใส่รายการนี้ได้ด้วย ช่วยดูดซับตัวต้นทุนได้ พูดได้ว่าทำรายการใหม่เราก็มีกำไรเบื้องต้นของแต่ละรายการเลย (หัวเราะ) รวมจำนวนพิธีกรข่าว รายการ เช้านี้ฯ พิธีกรข่าวหลักแต่ละช่วงมี 9 คน พิธีกรเสริมอีก 5 คน ส่วนผู้ประกาศข่าวมาใหม่เลย ยังไม่เคยอยู่ในกลุ่มของมีเดียฯ เลย มีอยู่ 2 คน คือ จำเริญ รัตนตั้งตระกูล (ช่อง 9) กับ ศศิวรรณ เลิศวิริยะประภา (ช่อง 3) ที่ตอนนี้มาเป็นพนักงานของมีเดีย ออฟ มีเดียส์ เรียบร้อยแล้ว พนักงานอีกคนคือ ''แตงโม'' พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน ส่วนที่พิธีกรรับเชิญที่มาจากช่อง 7 มี เหมือนฝัน ประสานพานิช กับ ศิริ สาระผล และผู้รู้ผู้เล่า 5 ท่าน (อ.วีระ-ปิยะพงษ์-ภราดร-สมจิตร-สมชาย)''

รายจ่ายประจำเกี่ยวกับพนักงานสูงมั้ย?
  ''ค่อนข้างสูง ณ ตอนนี้เทียบเป็น 60% ของค่าใช้จ่ายรวมของบริษัท''

เดิมรายการจมูกมดเรตติ้งอยู่ที่เท่าไหร่ ทางคณะกรรมการช่อง 7 อยากให้ทำเรตติ้งรายการใหม่เท่าไหร่?
 
''สิ่งที่ได้รับแจ้งมาคือว่า ให้เริ่มทำรายการใหม่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ มองลึกๆ อยากให้รายการข่าวที่มีสีสัน มีความแตกต่างเท่านั้นเอง รายการข่าวเช้าก็คือรายการข่าวเช้า อยู่ที่เครื่องปรุงที่เราจะใส่ไปมากกว่า อยู่ที่อรรถรสของรายการว่าจะออกมาเป็นยังไง สิ่งที่ลืมไม่ได้คือเราทำรายการแข่งกับตัวเราเอง ทำให้ดี ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คุณผู้ชม บ่อยครั้งที่มองเราแล้วจับชนกับรายการอื่น ในช่วงแรกเราเองยังต้องหาแนวทาง อย่างรายการ ประเด็นเด็ด 7 สี เราหาแนวทางอยู่ 2 อาทิตย์กว่าจะลงตัว  รายการพวกนี้จะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ทำแล้วดังตูมตามเลย''

ในเรื่องของชุดที่ทีมงานใส่ ได้ข่าวว่ามีการสั่งทำจากต่างประเทศ?
 ''อ๋อ...มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก คือว่าพี่ไปแล้วเห็นว่าเสื้อผ้าตรงนี้มันได้ มันเป็นสากลดี มีแค่เสื้อนอกนั่นแหละ แต่ตัวในทั้งหมดนี่ของไทย พยายามสนับสนุนสินค้าไทย แม้กระทั่งเสื้อที่เอามาแจกอะไรต่างๆ ก็ของไทย ตรงนี้เพียงแต่ว่า เสื้อนอกมันทนดี ก็ซื้อๆ มาให้เค้าใส่กัน เสื้อผ้าไม่เยอะ เสื้อผ้าไม่ได้มีราคาสูง ซื้อที่เอาต์เลต ราคาไม่สูงมากนัก เพราะมีการเทียบกับราคา ถ้าตัดเย็บในเมืองไทยก็ไม่ใช่ถูก ที่เหลือใช้ของไทยหมดจ๊ะ''

รู้สึกอย่างไรรายการข่าวช่วงเช้ามีการแข่งขันสูง เรตติ้งอันดับ 1 คือรายการข่าวช่อง 3?
 
''ถ้าพูดจริงๆ คงแข่งกับช่องเดียวแหละ ช่อง 3 เรตติ้งรายการข่าวเช้าสูงกว่า รองมาเป็นช่อง 7''

 หวังจะชิงอันดับ 1 ไหม?
 
''ถ้าทำแล้วไม่คิดว่าจะทำได้เราคงไม่มาทำ แต่ต้องใช้เวลา'' ชาลอตขยายความคำพูดที่เฉียบคมเมื่อครู่ว่า เราคิดว่าน่าจะทำได้ แต่ความเป็นจริงเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่ถ้าเผื่อมาทำตั้งแต่แรกแล้วเผื่อใจว่าจะแพ้ หรือจะเป็นที่สองตลอดไป ถ้าคิดอย่างนั้นเราคงไม่มาทำ เป้าหมายของทุกคนคืออยากได้เรตติ้งอันดับหนึ่ง แต่เดิมเราอาจจะมีความมั่นใจน้อย ไกลเกินเอื้อมที่จะมีเรตติ้งใกล้เคียงอันดับ 1 แต่เมื่อรายการ ประเด็นเด็ด 7 สี ออกมาทำให้เราเห็นแนวทาง มีความมั่นใจระดับหนึ่ง แต่มันต้องใช้เวลา ทำรายการข่าว เหนื่อย เพราะจะต้องสดทุกวัน บุคลากรจะต้องวิ่งข่าวทุกวัน โดยเฉพาะบุคลากรทีม 1 ทำ 3 ข่าว สุดท้ายเราขอบอกว่าเราไม่ใช่สถานี เราเป็นบริษัทบริษัทหนึ่งที่ผลิตข่าว ความเพียบพร้อมต่างๆ อาจจะยังไม่เท่ากับสถานีที่ทำ แต่เราพยายามที่สุดที่จะทำ ส่วนเรตติ้งจะต้องเอาให้ชนะ ฆ่ากันตายไหม ไม่ใช่ เป้าหมายหลักคือให้ผู้ชมได้ประโยชน์''

เคยยื่นขอเวลาเพื่อกลับไปทำรายการคืนวันพุธ? 
 
''มีคนเข้าใจผิดคิดว่าช่วงเวลาวันพุธเป็นของเรา จริงๆ แล้วไม่ใช่ของเรา แต่เรามีโอกาสได้มาทำรายการ 7 กะรัต ทำรายการจบไปแล้วก็จบกัน ในตอนนี้ทางช่อง 7 ก็เปิดโอกาสให้กับผู้จัดทุกคน ทางเราก็ได้ยื่นเสนอรูปแบบรายการ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะได้ทำหรือไม่ได้ทำ ณ วันนี้เราแฮปปี้กับ 2 รายการข่าวใหม่ที่ได้มา รายได้ใช้ได้''

ตั้งแต่ ''ประเด็นเด็ดเจ็ดสี'' มา ''เช้านี้ที่หมอชิต'' หลายคนมองว่าทางมีเดียฯ มาแรง ตรงนี้คิดว่าจริงหรือเปล่า?
 ''เป็นโอกาสมากกว่า มันมาแรงก็ต้องทำให้ได้ด้วย  ถ้าทำไม่ได้เราก็มีโอกาสถูกถอดเหมือนกัน เพราะทางสถานีเขาก็ต้องการของดีๆ ซึ่งตรงนี้เราก็ประมาณตนอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่ามาได้อย่างนี้แล้วเราจะนอนใจ คือทุกอย่างก็ต้องทำให้มันดีขึ้น''

แนวโน้มของมีเดียฯ โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่ต้องจะมีการย้ายจากสตูฯ มนตรีหรือไม่?
 ''ตอนนี้ มีเดีย ออฟ มีเดียส์ ยังอยู่ที่เดิม แต่ได้มีการพัฒนาสตูดิโอให้มีมาตรฐานระดับสากล โดยเราใช้บริษัทที่ทำสตูฯ ใหญ่ๆ ก็คือบริษัทเมสันมาปรับสตูดิโอที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่มีอยู่ ส่วนแนวโน้มที่จะย้ายออฟฟิศนั้นตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ค่ะ เพราะตอนนี้ที่อยู่เป็นลักษณะเช่าอยู่ ค่าเช่ามันก็ประมาณหนึ่ง กับการลงทุนถ้าเผื่อเราจะทำดีกว่านี้ มันจะกลายเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  ตอนนี้กำลังดูโมเดลอยู่ว่าการสร้างเอง หาที่เอง เพิ่มกับการเช่าเนี่ยอันไหนมันดีกว่ากัน''

ในอนาคต ช่วงข่าวอื่นมีแนวโน้มที่จะเข้าไปทำเพิ่มเติมมากน้อยแค่ไหน?
 ''คิดว่า ณ ตรงนี้เราทำรายการตรงนี้ เวลามอง เรามองเป็นรายการ แต่เป็นรายการข่าว ส่วนช่อง 7 ก็มีทีมข่าวที่แข็งขันของเค้าอยู่แล้ว มันไม่เกี่ยวกัน''

นอกจากโปรเจกต์นี้แล้วยังมีโปรเจกต์อย่างอื่นอีกหรือเปล่า?
 ''ถ้าในส่วนของสาระจริงๆ ตรงนี้ ปีนี้น่าจะพอแล้ว ก็คือสองรายการข่าว ซึ่งถือว่าเหนื่อย เพราะว่าทีมเราที่ใช้อยู่มีทีมเดียว แต่ในส่วนของความบันเทิงเราก็จะเปิดกล้องละครสองเรื่อง เราก็มียื่นรายการเข้าไปเหมือนกัน ก็มียื่นไปช่องต่างๆ ด้วย ในส่วนของช่องอื่นแต่จะได้หรือเปล่าอันนี้เราไม่รู้ ในส่วนของละครเราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเรา ว่าเราจะทำหรือไม่ทำ แล้วเราก็ไปเสนอขายช่อง ดังนั้นเราเริ่มได้ด้วยตัวเรา แต่ส่วนอย่างอื่นเนี่ยคือมันต้องไปขอเขา ไปขอเวลาช่องต่างๆ ซึ่งก็ไม่รู้จะได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้นความแน่นอนมันไม่มี ตอนนี้ก็คือละครสองเรื่องรายการที่มีสาระสองรายการ

มีข่าวว่าทาง มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จะรีแบรนด์?
 ''รีแบรนด์ก็คือนี่แหละค่ะ คือการเป็นข่าวในเรื่องต่างๆ ว่าเราปรับอย่างโน้นปรับอย่างนี้ เรามีทีมข่าว เรามีภาพของความทันสมัย การที่เราลงทุนในอุปกรณ์แบบระดับโลก แบบระดับเวิลด์คลาสแล้วเนี่ย มันทำให้ภาพของบริษัทถูกยกระดับขึ้น เราไม่ได้ผลิตรายการโลว์คอสต์ หรือว่าผลิตรายการที่คุณภาพไม่ดี แม้กระทั่งในทีวีดาวเทียมเราก็เน้น ทั้งหมดนี้มันมากับคุณภาพของสินค้า ก็คือตัวรายการคุณภาพการผลิตก็ยังอีกนานค่ะ อีกยาวไกล แต่ก็ถือว่าอย่างที่พูดไว้คือสองปีปัดกวาด ปีนี้เป็นปีของจริง พี่ก็ว่าพี่เดาทิศทางไม่ผิด แล้วมันก็เริ่มเป็นของจริง จริงๆ ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนับสนุนและเผยแพร่''
 
ดารา :  
  คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าวนี้
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย

การเสนอข่าว

เห็นด้วย 
0 %
ไม่เห็นด้วย 
0 %
ร่วมแสดงความคิดเห็น
อ้างอิง คำอธิบาย
1. กรุณางดเว้น การใช้คำหยาบคาย กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ

2. ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

3. พบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณา

4. ผู้ดูแลเว็บไซต์ ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความที่ไม่เหมาะสม ข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลใดๆ
ผู้โพส
ใส่รหัส

ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :ปณิตา พัฒนาหิรัญ
ชื่อเล่น : หนิง
วันเกิด : 
ค้นหาดาราอื่นๆ
ค้นหาตามตัวอักษร
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
"ปีชง" เล่นงานจนอ่วม ทำ "ชัญญ่า" ขยาดไม่กล้าโผล่
23 พฤษภาคม 2552 0:39 น.
คนดัง แห่ชม ''แม่นาคฯ'' รอบกาลาฯ แน่น ฟีดแบ็กดีเกินคาด ''คุณบอย'' สั่งเพิ่มรอบ
22 พฤษภาคม 2552 0:56 น.
ฟัง ''นิโคล'' ตัดพ้ออดีตสามี ลูกคนเดียว...เลี้ยงเองได้!!!
22 พฤษภาคม 2552 0:47 น.
ถึงแม้ ''แหม่ม'' น้ำตาตก...แต่ก็ยังไม่อดโชว์ ''เต้า''
22 พฤษภาคม 2552 0:36 น.
เมื่อ 8 จีไอ ถูกปล่อยเกาะ กับนางเอกคนสวย ''แมท-ภีรณีย์''
22 พฤษภาคม 2552 0:28 น.
ไฮโซสาวหน้าคม ''มัดหมี่'' พิมพ์ดาว พานิชสมัย
22 พฤษภาคม 2552 0:21 น.
"เจนสุดา'' เท่ซ้อนหวิว
21 พฤษภาคม 2552 0:55 น.
แฟนคลับแห่กรี๊ด! ยู, นาโฮะ และ นัตซึกิ 3 นางแบบญี่ปุ่น Cawaii! Girlsหลัง Meet & Greet พิเศษ! เฉพาะแฟนคลับชาวไทย
21 พฤษภาคม 2552 0:44 น.
"แกรนด์'' พาทัวร์ไชน่า ทาวน์ ช็อปสุดประหยัดที่สำเพ็ง
21 พฤษภาคม 2552 0:29 น.
"บีม-กวี'' นำทีม 11 พรีเซนเตอร์ "ร้อยรัดดวงใจ ถวายสังฆราชา 96 พรรษา
21 พฤษภาคม 2552 0:17 น.
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com