หน้าแรก เอนเตอร์เทน ข้าวเกรียบลูกทุ่ง
ว่าด้วยเรื่อง ครุ-ลหุ
15 กันยายน 2007 15:37 น.  View : 3,845  Post : 0  



การแต่งเพลง มีอิสระมากกว่าการแต่งคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองทุกชนิดครับ
 
แต่ถึงจะมีอิสระมากมายแค่ไหนก็ตาม บุรพคณาจารย์ท่านก็สั่งสอนมาให้มีระเบียบวินัยในตัวเองอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ทิ่มส่งเดชกันไปตามแต่อารมณ์
 
ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ กะเดี๋ยวนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ท่านจะค้อนเอาหาว่าผมเรื่องมากไปได้ สมัยนี้เขาไม่สนใจหลักเกณฑ์หลักการอะไรแล้ว เอาว่าแต่งแล้วขายได้ก็พอ ไม่ต้องแสดงภูมิปัญญาอะไรหรอก
 
ผมเพียงแต่เอาความรู้แค่หางอึ่งของผมผสมผสานกับหลักการที่ครูอาจารย์แต่ดั้งเดิมท่านเคยสอนมาเอามาเขียนเล่าให้ท่านอ่าน พอเป็นแนวทางเท่านั้น ท่านจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแท้แต่ใจท่าน ผลงานที่ออกมามันจะฟ้องระดับของตัวท่านเอง
 
สมัยผมเรียนหนังสือตั้งแต่มัธยมศึกษาจนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ผมมีโอกาสได้เรียนวิชาคำประพันธ์ และต้องได้เขียนได้แต่งคำประพันธ์ทุกชนิดทุกประเภท ไม่ใช่แค่ได้เขียนเท่านั้นนะครับ ผมยังต้องเรียน วิชาอ่านคำประพันธ์ อีก และผมก็เคยอ่านคำประพันธ์จนถึงขนาดได้เข้าประกวดการอ่านทำนองเสนาะระดับชาติมาแล้ว
 
การแต่งคำประพันธ์ และ การอ่านคำประพันธ์ จำเป็นต้องเข้าใจและเรียนรู้เรื่อง ฉันทลักษณ์ เพราะหากไม่เข้าใจก็จะแต่งไม่ได้อ่านไม่ถูกต้องไม่รู้ว่าจะต้องใช้เสียงลักษณะใด
 
และ คำประพันธ์ ชนิดเดียวที่มีการบังคับ ครุ-ลหุ ก็คือ ฉันท์
 
การแต่งฉันท์ทุกชนิดจึงถือว่ายากลำบากเลือดตา แทบกระเด็น คนที่จะแต่งฉันท์ได้ดีก็จะต้องมีเวลาว่างมากๆ พอที่จะค้นหาประดิดประดอยคำเลือกแล้วเลือกอีก เพื่อให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ของฉันท์แต่ละประเภท
 
คนแต่งฉันท์ส่วนใหญ่เลยมักเป็นพระครับ สังเกตดูสิเป็นระดับท่านเจ้าคุณหรือท่านมหาทั้งนั้น คนธรรมดามีบ้างเหมือนกันแต่น้อย มันไม่ทันใจไม่ปรู๊ดปร๊าดปราดเปรียวเหมือนแต่งกลอน
 
สมัยก่อนที่เขามีการตั้งชมรมนักกลอน เขาก็จะมีประเพณี การเล่นสักวากลอนสด บ้าง หรือ โต้วาที กลอนสด บ้าง ยังไม่เคยมี ดวลฉันท์สดๆ เลยสักครั้ง
 
เพลงลูกทุ่งก็เปรียบเสมือนคำประพันธ์ประเภท กลอน แหละครับมีกฎแต่ไม่ถึงขนาดเคร่งจนตึงเคี่ยมกระดิกกระเดี้ยตัวไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่หละหลวมจนไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างนั้นมัน กลอนประตู ครับ
 
นักแต่งเพลงลูกทุ่งจึงควรเข้าใจพื้นฐานเรื่องหลักการแต่งคำประพันธ์ทุกชนิดไว้ด้วยไม่ว่าจะเป็น โคลง-ฉันท์-กาพย์-กลอน
 
โคลง นั่นเขาบังคับเสียงต้องมี เอก 7 และ โท 4
 
ฉันท์ นั่นบังคับ ครุ ลหุ
 
กาพย์ บังคับจำนวนคำวรรคหน้า วรรคหลัง
 
กลอน ก็บังคับจำนวนคำจำนวนพยางค์วรรคหน้าหลังต้องเท่ากัน
 
แต่เพลงลูกทุ่ง ไม่มีการบังคับ เสียงเอก เสียงโท ต้อง เอก 7 โท 4 แบบโคลง ไม่บังคับ ครุ ลหุ แน่นอนตายตัวเหมือนฉันท์ และไม่บังคับจำนวนคำแบบกระดิกกระเดี้ยตัวไม่ได้อย่าง กาพย์ และกลอน
 
อย่างไรก็ตามเราก็จำเป็นต้องเข้าใจว่า ครุ-ลหุ มันคืออะไรจะได้ใช้ไม่พลาด
 
ครุ ก็คือคำหรือพยางค์ที่มีสระเสียงยาว หรือ สระเสียงสั้นที่มีตัวสะกด
 
ลหุ ก็คือคำหรือพยางค์ที่มีสระเสียงสั้น
 
ครุ หมายถึงคำเสียงหนัก ส่วน ลหุ หมายถึงคำเสียงเบา
 
เพลงลูกทุ่งเขาไม่ได้บังคับก็จริง แต่เขาตักเตือนเอาไว้ว่าเวลาจะใช้คำต้องระวังสัมผัสให้แม่นยำ ก็เหมือนว่าจะใช้คำครุไปส่งสัมผัสกับคำลหุไม่ได้ ยิ่งคำที่มีตัวสะกดกำกับด้วยแล้วยิ่งต้องระวังมากขึ้น

Share :
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :เจสซิก้า บีล
ชื่อเล่น : บีล
วันเกิด :
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
ข่าวประชาสัมพันธ์
ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นกับเมจิช็อคโกแลต
กิจกรรมร่วมสนุกรับบัตรชมภาพยนต์เรื่อง "The Eyes Diary "
PLAYPARK MUSIC AWARDS 2014 สุดยอดรางวัลทางดนตรีที่คุณเป็นผู้ตัดสิน
โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวช่วยเด็กหญิงอายุเพียง9ขวบเอาชนะโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้
ออดิชั่น แจกแรร์ถาวร ฟรี!!! ไอเทมกระเป๋าผีซอมบี้ รับฮาโลวีน ตุลาคมนี้ ขาแดนซ์ห้ามพลาด
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com