หน้าแรก เอนเตอร์เทน ดูหนัง
สัมภาษณ์ ''ลิลลี่ คอลลินส์'' นางเอก THE MORTAL INSTRUMENTS: CITY OF BONES
25 สิงหาคม 2013 9:39 น.  View : 3,954  Post : 0  




ลิลลี่ คอลลินส์ วัย 24 ปี เป็นลูกสาวของ ฟิล คอลลินส์ นักร้องนักดนตรีรุ่นเก๋าชาวอังกฤษ ย้ายมาอยู่ลอสแอนเจลิน สหรัฐอเมริกา พร้อมกับแม่ของเธอตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เคยผ่านผลงานการแสดงภาพยนตร์อย่าง The Blind Side (ปี 2009), Abduction (ปี 2011) แต่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอจากบทสโนว์ไวท์ ใน Mirror Mirror (ปี 2012) และนอกจากบทบาทใน The Mortal Instruments: City of Bones แล้ว เธอยังจะได้กลับมาในภาคต่อ The Mortal Instruments: City of Ashes ซึ่งจะเริ่มถ่ายทำเดือน ก.ย.นี้ ก่อนฉายในปี 2014 จากนั้นก็มีเรื่อง Love, Rosie ภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ซึ่งจะฉายปี 2014 เช่นกัน

Q: คุณบอกว่าคุณเป็นแฟนของนิยายชุดนี้ คุณอ่านมันทั้งหมดมาก่อนหน้านี้เลยหรือเปล่า?

 
ลิลลี่ คอลลินส์ : ฉันได้อ่านเล่มแรกและเห็นว่าพวกเขากำลังจะนำมาสร้างเป็นหนัง จากนั้นฉันเลยส่งอีเมล์และโทรไปถามว่า เกิดอะไรขึ้น? ใครมีส่วนร่วมบ้าง? ฉันจะมีส่วนร่วมด้วยได้อย่างไร? ฉันจะเข้าคัดตัวนักแสดงได้อย่างไร? จากนั้นฉันก็อ่านเล่มต่อๆมา แม่ของฉันก็อ่านเพราะท่านชอบอ่านหนังสือแนวนี้อยู่แล้ว จากนั้นพอฉันได้รับการคัดเลือก ฉันก็หยุดอ่าน เพราะฉันไม่อยากให้ตัวเองสับสนเพราะรู้อนาคตของแคลรี่ก่อน ในชีวิตจริงคุณไม่มีทางรู้อนาคตตัวเอง แคลรี่ก็ควรเป็นเหมือนกัน ฉันไม่อยากสับสนกับข้อมูลเหล่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมันกลายเป็นบทภาพยนตร์ เพราะเท่าที่ฉันรู้มันมีการปรับจากตัวนิยายอยู่พอสมควร ดังนั้นฉันจึงมีสมาธิอยู่กับเล่มแรกและกลับมาอ่านมันอีกครั้ง ตอนนี้เรากำลังจะสร้างภาค 2 ฉันก็มีสมาธิกับเล่ม 2 พยายามไม่สนใจเล่ม 3 มากนัก แน่นอนว่าในส่วนของคนเขียนบทและทีมผู้สร้าง พวกเขาต้องรู้ทั้งหมดเพื่อนำตัวบอกใบ้ต่างๆ มาใส่ในหนัง แต่ฉันขอมีสมาธิไปทีละเล่มเพราะฉันไม่อยากแสดงต่างไปจากที่ควรจะเป็น

Q: ตัวละครของคุณน่าดึงดูดใจอย่างไรบ้างสำหรับคุณ?
 

คอลลินส์ : ฉันสนิทกับแม่มาก ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างแคลรี่กับแม่ของเธอ ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนการเดินทางนี้ในเล่มแรกและนำเธอมาสู่โลกใหม่นี้เป็นสิ่งที่โดนใจฉันมากตอนได้อ่านมัน ฉันชอบที่เธอไม่เคยปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ เธอไม่ยี่หระต่อโลกใหม่ที่เธอถูกโยนเข้ามา จิตใจของเธอไม่เคยเปลี่ยน เธอยังเป็นแคลรี่ เธอเป็นแค่แคลรี่ในสองโลกที่แตกต่างกัน เธอพยายามค้นหาตัวเองเหมือนที่วัยรุ่นทั่วไปทำ มันเป็นเรื่องราวของการค้นพบตัวเอง ฉันชอบที่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อแม่มีส่วนสำคัญ คุณค้นหาเสียงของตัวเองขณะโตขึ้นเรื่อยๆ แต่รับรู้ว่าพ่อแม่ของคุณไม่ได้มาจากโลกที่แตกต่าง พวกท่านแค่เป็นคุณที่อายุมากกว่า มันเป็นการมองพ่อแม่ในมุมใหม่ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันไม่เห็นในหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นพวกที่ไม่ชอบรออยู่เฉยๆ เธอผลักดันเรื่องไปข้างหน้า และฉันคิดว่ามันสำคัญต่อคาแรกเตอร์ของเธอ แต่มันน่าดึงดูดให้แสดงด้วยเช่นกัน

Q: ตัวละครอายุแค่ 15-16 ปีเองตอนผ่านเรื่องราวเหล่านี้

 
คอลลินส์ : ใช่ แต่เราเพิ่มอายุขึ้นหน่อยในหนัง เราไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าเธออายุเท่าไร แต่คาดเดาได้ว่าเธออายุราวๆ 18 ปี

Q: ตอนคุณอายุเท่านั้น อะไรเป็นความท้าทายในวัย 18 ปีของคุณ?

 
คอลลินส์ : มันไม่ใช่อะไรแบบนี้ ฉันเรียนจบไฮสคูล จากนั้นฉันต้องการเข้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ต้องการทำงานขณะที่อายุยังน้อยด้วย ตอนนั้นฉันเสนอรายการทอล์คโชว์ไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆ และฉันก็เป็นนักข่าว ฉันคอยไปคัดตัวแสดงอยู่ตลอดขณะที่ยังทำงานนักข่าวอยู่ ฉันต้องการทำงานสื่อมวลชนต่อไป ปัจจุบันมีทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คให้คนรุ่นใหม่แสดงสิ่งที่พวกเขาต้องการ มันเหมือนกับว่า "เข้ามาเลย ใครอยากฟังเสียงคนรุ่นใหม่บ้าง?" ตอนนั้นฉันมีแนวคิดเหล่านี้และอยากสื่อสารผ่านสื่อไปให้ผู้ชมกลุ่มใหญ่ แต่ฉันโดนปฏิเสธตลอด แต่มันเป็นการตัดสินใจว่าฉันจะเน้นการเรียนและพยายามทำงานไปด้วย หรือฉันจะทำงานและพยายามเรียนไปด้วย ในเทอมแรกของมหาวิทยาลัย ฉันต้องเดินทางไปทำงานที่มินเนียโปลิสและเดนเวอร์ ฉันต้องไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อทำข่าวพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี มันเหมือนว่าฉันต้องเลือกว่าจะนั่งอยู่ในห้องเรียนหรือไปมีบทบาทในประวัติศาสตร์ มันเหมือนว่าฉันอาจต้องออกตั้งแต่เทอมนี้ นี่เป็นปัญหาระดับสูง ฉันไม่ได้บอกว่านี่เป็นช่วงชี้ชะตาในชีวิตฉัน แต่ฉันอยู่บนเส้นทางนี้มาตลอดกับสิ่งที่ฉันต้องการทำ แต่ฉันแค่คิดว่าไม่อยากมานั่งเสียดายทีหลัง ไม่อยากปล่อยให้โอกาสผ่านไป แม่เลี้ยงฉันมาแบบนี้ ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไปไม่ว่ามันจะสอนให้ฉันรู้จักสิ่งดีหรือแย่

Q: พวกเราเป็นนักข่าว และปัจจุบันเรากำลังสูญเสียโอกาสทำงานเพราะทุกคนมีเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ การเปลี่ยนจากนักข่าวมาเป็นนักแสดงน่าจะดีกว่าสำหรับคุณไหม? ณ จุดไหนที่คุณรู้สึกว่าคุณต้องการแสดงมากกว่า?
 


คอลลินส์ : คุณจะบอกว่าเดี๋ยวนี้นักข่าวทำงานยากขึ้น เพราะทุกคนเป็นนักข่าวได้ และผู้คนก็ทวีตคำตอบที่พวกคุณไม่ได้ถามใช่ไหม ทีมงานของเราก็ทวีตข้อมูลเกี่ยวกับหนังอยู่เป็นระยะๆ เพื่อให้คนเห็นมุมข้างในมากขึ้น แต่ส่วนตัวฉันไม่ได้ใช้ทวิตเตอร์หรือเฟซบุ๊คหรืออะไรทำนองนั้น แต่มันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ แต่ฉันชอบฮอลลีวู้ดแบบเก่ามากกว่า ให้มีสัมผัสความลึกลับของนักแสดงบ้าง แน่นอนว่าฉันอยากเข้าถึงทุกคนเหมือนกัน แต่มีวิธีอื่นให้ฉันทำได้ ฉันรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มีแต่การป้อนข้อมูลให้ในสิ่งที่ผู้คนไม่ได้ร้องขอ มีบางครั้งที่ฉันรู้สึกว่าถ้าผู้คนรู้จักตัวตนฉันดีเกินไป พวกเขาอาจไม่เชื่อฉันเวลาสวมบทเป็นตัวละคร แน่นอนว่าฉันหวังว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ แต่ฉันแค่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อน บางครั้งมันก็สนุกที่ได้อ่านได้ดู แต่ส่วนตัวฉันไม่ต้องการให้เกิดเรื่องประมาณว่ามีบางคนดูหนังของฉันและรู้สึกว่า "วันก่อนฉันเห็นรูปเธอในชุดบิกินี่ไปแล้ว" ถ้ามันถ่ายโดยปาปารัซซี่ ฉันคงควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าฉันเป็นคนทวีตรูปไปเอง แล้วพอคนดูหนังที่ฉันเล่นเป็นตัวละครที่องอาจกล้าหาญแบบนี้ พวกเขาอาจนึกถึงภาพนั้นและถูกดึงออกจากหนังได้ เวลาฉันดูหนังที่นักแสดงอย่าง นาตาลี พอร์ตแมน หรือเมอรีล สตรีพ หรือคนที่ฉันชอบอย่าง ซานดร้า บูลล็อก, จูเลีย โรเบิร์ตส์ ฉันไม่เห็นพวกเขากำลังแสดง แต่ฉันเห็นตัวละครนั้น ฉันหวังว่าวันหนึ่งฉันจะทำได้สักครึ่งหนึ่งของพวกเธอ



Q: แสดงว่าคุณจำกัดจำนวนการทวีตหรือการโพสต์เฟซบุ๊คของคุณใช่ไหม?

 
คอลลินส์ : จริงๆ ฉันไม่ได้เล่นอะไรพวกเขานั้นเลย ฉันมีหน้าเพจทางการในเฟซบุ๊ค ฉันมีบัญชีทางการในทวิตเตอร์ แต่เพื่อกันไม่ให้คนอื่นเอาชื่อฉันไปใช้ ฉันเคยทวีตเมื่อ 3 ปีก่อนตอนฉันได้คัดเลือกเป็นตัวละครนี้ จากนั้นฉันก็ไม่ได้ทวีตอะไร ระหว่างเดินสายโปรโมตหนัง ฉันว่ามันสนุกกว่าที่แสดงให้ผู้คนเห็นเราในภาพรวมเป็นกลุ่มว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แต่พอฉันกลับออกมา ฉันไม่อยากทำมันด้วยตัวฉันเอง มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันรู้สึกว่าจำเป็นต้องแบ่งปัน ฉันสนุกกับการอ่านทวีตของคนอื่น ฉันว่ามันก็โอเค เพียงแต่ฉันว่ามันไม่จำเป็นสำหรับตัวฉันเอง

Q: คุณได้ใช้ดาบมาบ้างใน Mirror Mirror แล้วในเรื่องนี้มีบ้างไหม หรือออกแนวศิลปะป้องกันตัว?
 

คอลลินส์ : ฉันได้ใช้มีดต่อสู้มากขึ้นในเรื่องนี้ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ เราพยายามหาว่าอะไรจะเป็นทักษะแรกของแคลรี่ ซึ่งน่าจะเห็นมากขึ้นในภาค 2 มันเป็นพวกการต่อสู้มือเปล่า แต่ช่วงแรกสำหรับแคลรี่ จะเป็นเรื่องความอดทนและคอยตามพรรคพวกให้ทัน และไม่ทำมันบนรองเท้าส้นสูง 6 นิ้ว การฝึกฝนช่วยเวลาเราถ่ายทำนานหลายชั่วโมง แค่เกาะกลุ่มกับทุกคนและปกป้องตัวเองได้ คุณจะได้เห็นทักษะมากขึ้นในภาค 2


Share :
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :ไคชา คาสเซิ่ล-ฮิวจ์ส
ชื่อเล่น : ไคชา
วันเกิด :
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
ข่าวประชาสัมพันธ์
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com