หน้าแรก เอนเตอร์เทน ที่เที่ยว
เยือนเขาพนมกุเลนดินแดนแห่งเทพเจ้า มหัศจรรย์กับศิวลึงค์ใต้น้ำนับพันองค์
26 กรกฎาคม 2013 16:01 น.  View : 4,802  Post : 0  




ห่างจากตัวเมืองเสียมราฐในประเทศกัมพูชาออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร บริเวณแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเทือกเขาพนมกุเลน ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาชาวขอมโบราณเชื่อกันว่าบนเทือกเขาแห่งนี้คือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เปรียบประดุจดั่งสรวงสวรรค์ถิ่นที่ประทับของเหล่าบรรดาทวยเทพในศาสนาฮินดู เช่น พระวิษณุ, พระศิวะ และพระพรหม และในช่วงระหว่างสงครามความขัดแย้งในประเทศกัมพูชาเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาเทือกเขาพนมกุเลนคือดินแดนต้องห้ามสาเหตุเพราะดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดงเสียงปืนและระเบิดจากการสู้รบเกิดขึ้นทุกวันจนได้ยินไปไกลถึงเมืองเสียมราฐที่ตั้งของมหาปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่อยู่ห่างจากกันระยะทาง 60 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

 ต่อมาหลังจากสงครามภายในประเทศกัมพูชาสิ้นสุดลง และหลังจากที่รัฐบาลกัมพูชาได้ทำการเก็บกู้กับระเบิดจนหมดสิ้นแล้วจึงได้ทำการประกาศให้เขาพนมกุเลนเป็นอุทยานแห่งชาติ และจากนั้นในราวปี ค.ศ. 1992 จึงสามารถเปิดเขาพนมกุเลนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยวได้ โดยคิดค่าธรรมเนียมคนละ 20 ยูเอสดอลลาร์ต่อคนในการเข้าเยี่ยมชมขุนเขาแห่งเทพเจ้าในครั้งนี้

 และในวันหนึ่งช่วงกลางฤดูฝนของเดือนกรกฎาคม ผมได้มีโอกาสเดินทางด้วยรถ TAXI รับจ้างในเมืองเสียมราฐตามถนนลูกรังสภาพค่อนข้างดีผ่านท้องไร่ท้องนาอันเขียวขจีของชาวกัมพูชาขึ้นสู่บนยอดเขาพนมกุเลนถิ่นที่ประทับของบรรดาเหล่าทวยเทพทั้งหลายในศาสนาฮินดู ด้วยระยะทาง 47 กิโลเมตรบนเส้นทางพื้นราบและระยะทางอีก 13 กิโลเมตรบนเส้นทางขึ้นเขาอันคดเคี้ยววกวน ซึ่งเปิดให้รถยนต์ขึ้นมาได้ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. เท่านั้น ส่วนเวลาตั้งแต่ 13.00-18.00 น. เป็นช่วงเวลาปิดแต่จะเปิดให้รถยนต์ลงได้อย่างเดียวเท่านั้น (ห้ามขึ้น) ผมเดินทางมาถึงยังยอดเขาพนมกุเลน ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลน

 เทือกเขาพนมกุเลนดินแดนแห่งเทพเจ้าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14 หรือในราวปี พ.ศ. 1345 ในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ศิลปะแบบกุเลน ในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สำหรับคำว่า ''พนม'' ในภาษากัมพูชาหมายถึง ''ภูเขา'' และคำว่า ''กุเลน'' หมายถึง ''ต้นลิ้นจี่'' ชื่อนี้ได้มาจากในอดีตที่ผ่านมาบนเขาพนมกุเลนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นลิ้นจี่ป่าที่ขึ้นอยู่มากบนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้

 เขาพนมกุเลนหรือมเหนทรบรรพต เป็นเทือกเขาสูงทอดตัวยาว 37 กิโลเมตรความสูง 800 เมตร ลักษณะคล้ายโบกี้รถไฟ ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้ทรงสถาปนาศูนย์กลางเมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆ กับที่พระองค์ได้ทรงสถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้น หลังจากหลุดพ้นจากการปกครองของชวา จากนั้นพระองค์ได้ทรงให้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น โดยอัญเชิญพราหมณ์ที่มีชื่อว่า ''ศิวะไกรวัลย์'' จากเมืองกัมปงจามมาเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมดังกล่าว โดยไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บอกว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 2ทรงประทับอยู่บนเขาพนมกุเลนระยะเวลานานเท่าใด แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อกันว่าคงไม่นานนักเพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน จึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นเมืองหลวงเท่าใดนัก ในที่สุดพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ก็ทรงเสด็จกลับมาครองราชย์ที่เมืองหริหราลัยตามเดิมจากนั้นก็ทรงประทับอยู่ที่เมืองหริหราลัยจนถึงวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ก็ทรงเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 1393

ภายหลังการเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงได้รับพระนามว่า ''ปรเมศวร'' หลังจากนั้นไม่มีกษัตริย์ขอมองค์ใดย้ายเมืองหลวงมาบนเขาพนมกุเลนอีกเลย หลังจากนั้นมาอีก 300 ปี จึงได้มีการสร้างมหาปราสาทนครวัดขึ้น ร่องรอยของปราสาทบนเขาพนมกุเลนจึงพบว่าเป็นปราสาทหลังเล็กๆ อีก 37 แห่ง แต่มีสภาพทรุดโทรมลงมาก มีเพียงแต่ศิวลึงค์ที่ถูกแกะสลักอยู่ใต้น้ำนับพันองค์และภาพแกะสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ตลอดความยาว 400 เมตร ในลำธารบนเขาพนมกุเลนแห่งนี้

 ศิวลึงค์นับพันองค์บนเขาพนมกุเลนแห่งนี้จมอยู่ใต้ลำธารน้ำในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย บูชาศิวลึงค์ว่าเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งมวล ศิวลึงค์นั้นก็คือ อวัยวะเพศชายใช้แทนองค์พระศิวะเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และฐานโยนีที่ล้อมรอบศิวลึงค์ นั่นก็คืออวัยวะเพศหญิง ซึ่งหมายถึงพระนางอุมาเทวีชายาของพระศิวะนั่นเอง ในศาสนาฮินดูเชื่อกันว่าตราบใดที่อวัยวะทั้งสองอย่างนี้ถ้ายังอยู่ด้วยกัน ตราบนั้นโลกจะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการบูชาศิวลึงค์นั้น พราหมณ์จะเป็นผู้นำน้ำมาราดบนศิวลึงค์และน้ำที่รดนั้นจะไหลออกไปที่ช่องโยนี ลงไปสู่ท่อโสมสูตรประชาชนก็จะมารองรับน้ำนี้ไปดื่มกินกันโดยเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

 สำหรับการประกอบพิธีด้วยการทำน้ำศักดิ์สิทธิ์จะกระทำกันไม่บ่อยนัก โดยปกติแล้วแท่นศิวลึงค์จะถูกประดิษฐานอยู่ตรงกลางภายในปรางค์ประธานของปราสาทต่างๆ เมื่อกระทำพิธีกรรมทางศาสนาเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงได้ปริมาณน้ำที่ไม่มากนักในขณะที่ประชาชนต่างพากันมารองรับน้ำกันเป็นจำนวนมาก พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ทรงเห็นว่าเป็นความยุ่งยากและไม่ทั่วถึงจึงเกิดความคิดทำให้แม่น้ำเสียมเรียบกลายเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เสมือนแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดีย จากนั้นพระองค์จึงทรงโปรดให้ทำการแกะสลักสร้างศิวลึงค์อยู่ใต้น้ำเสียเลยเมื่อน้ำไหลผ่านรูปแกะสลักศิวลึงค์ใต้น้ำ จึงกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ให้ประชาชนมารองรับน้ำไปดื่มกินและใช้ในการเกษตรกรรมเรือกสวนไร่นาจะอุดมสมบูรณ์ทั่วทั้งแผ่นดินกัมพูชาตลอดไป ส่วนศิวลึงค์ที่อยู่ในลำธารน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเสียมเรียบตั้งอยู่บนเขามีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นหินทรายอยู่ใต้ลำธารน้ำยาว 400 เมตรชาวขอมโบราณได้ทำการเปลี่ยนทางเดินของสายน้ำเสียใหม่โดยทำการเบี่ยงการไหลของสายน้ำให้ไหลลงไปอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อจะให้บริเวณที่จะทำการแกะสลักศิวลึงค์ใต้น้ำทำได้สะดวกขึ้นและเมื่อแกะสลักเสร็จเรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงปล่อยให้กระแสน้ำไหลมาลงตามลำธารเดิม สำหรับศิวลึงค์ที่อยู่ใต้น้ำมีมากถึงหนึ่งพันองค์ ซึ่งใช้แทนฤาษีหนึ่งพันตน นอกจากศิวลึงค์แล้วยังมีรูปพระวิษณุเทพถูกแกะสลักอยู่ด้วยกัน

 พนมกุเลนเป็นที่ตั้งของมเหนทรบรรพต มเหนทร ซึ่งหมายถึง ''พระศิวะ'' ส่วนบรรพตนั้นหมายถึง ''ภูเขา'' ความหมายของเมืองจึงเป็นที่อยู่ของพระศิวะ เขาพนมกุเลนจึงเปรียบเสมือนกับเป็นนิมิตรูปของเขาพระสุเมรุราชที่มีทั้งหมด 109 ยอด สำหรับยอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดเขาไกรลาศ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระศิวะ และพระนางอุมาเทวี และเขาพนมกุเลนแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของภูเขาหิมาลัยต้นกำเนิดของแม่น้ำคงคาในประเทศฮินดู ซึ่งชาวฮินดูเชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลลงมาจากสรวงสวรรค์นั่นเอง หลังจากชมความมหัศจรรย์ของศิวลึงค์นับพันองค์แล้ว สายน้ำที่ไหลลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ลงมาสู่ที่ต่ำยังก่อให้เกิดชั้นน้ำตกอันสวยงามถึงสามชั้นด้วยกัน ชั้นแรกเป็นน้ำตกชั้นเล็กๆ ความสูง 2 เมตร เรียกว่าชั้น ''ศิวะ'' ลงสรงน้ำได้แต่เฉพาะพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น สำหรับชั้นที่สองมีความสูง 3 เมตรเรียกว่าชั้น ''วิษณุ'' ใช้ได้แต่พราหมณ์ ส่วนชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สามที่มีความสูง 60 เมตรใช้สำหรับราษฎรทั่วไป สำหรับชั้นที่สามนี้กระแสน้ำจะไหลลงมาเป็นม่านน้ำขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่นที่เรียงรายอยู่สองข้างลำธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์บนเทือกเขาพนมกุเลนแห่งนี้ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือในช่วงเวลาวันหยุดยาวประจำปีชาวกัมพูชาจะหอบลูกจูงหลานเดินทางขึ้นมาพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างคับคั่ง

 นอกจากการที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์หรือที่นักท่องเที่ยวหลายคนขนานนามว่า ''เทวลัยใต้น้ำ'' บนเทือกเขาพนมกุเลนแล้ว ยังมีศาสนสถานอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปเที่ยวชมก็คือ ''วัดพระองค์ธม'' หรือ ''วัดพระองค์ใหญ่'' นั่นเอง ตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากน้ำตกพนมกุเลนไม่มากนัก ภายในวัดแห่งนี้บนยอดเขาสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดความยาว 10 เมตร สูง 3 เมตร ซึ่งเดิมทีเป็นก้อนหินขนาดใหญ่จากนั้นถูกแกะสลักมาเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขึ้นโดยฐานองค์พระยังคงเป็นแท่นหินอยู่ พระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1701 ในรัชสมัยพระเจ้าศรีสุคนธบุตรและพระเจ้าองค์จันทร์ที่ 1 สำหรับการขึ้นไปสักการะนั้นจะต้องปีนบันไดสูงกว่าสิบเมตรขึ้นไปยังโบสถ์ลอยฟ้า ที่สร้างขึ้นไว้คลุมองค์พระ นอกจากนี้บริเวณโบสถ์ของวัดยังมีหน้าชานยื่นออกมาใช้เป็นจุดชมวิวอันสวยงาม มองเห็นวิวทิวทัศน์ผืนป่าอันเขียวขจีภายในอุทยานแห่งชาติเขาพนมกุเลนแห่งนี้อีกด้วย

 ขอขอบคุณ คุณสุเทพ พวงมะโหด จาก WWW.IDOTRAVELLERS.COM และ บ.อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 0-2898-2324 www.indochinaexplorer.com ที่สนับสนุนการเดินทางในทริปนี้

Share :
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :บัวชมพู ฟอร์ด
ชื่อเล่น : บัว
วันเกิด :
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
หนีกรุงสัมผัสหนาว ชมทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งที่ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี
12 ธันวาคม 2557 1:08 น.
เทศกาลชมสวน อลังการแห่งพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวและวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน
05 ธันวาคม 2557 3:24 น.
เยือนจันทบุรีเมืองอัญมณีแห่งภาคตะวันออก
27 พฤศจิกายน 2557 23:29 น.
ฟลอร่า พาร์ค...ชวนนักท่องเที่ยวทุกคู่รักมาลั่นระฆังแห่งรักนิรันดร์
20 พฤศจิกายน 2557 21:55 น.
มหัศจรรย์ช้างสุรินทร์ ชมวิถีถิ่นประเพณีคนกับช้าง
13 พฤศจิกายน 2557 23:25 น.
ข่าวประชาสัมพันธ์
Playpark ชวนทำดี 1 โหลด ร่วมบริจาค 9 บาท สมทบ Gamers Love Dad 9
กิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับบัตรชมภาพยนต์เรื่อง "The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ"
เปลี่ยนตัวเองเป็น New Me ใน "2015; ปีใหม่... น่าดู" กับโอเฮิร์บ ชารสมะขาม ลุ้นรางวัลทุกสัปดาห์
โปสเตอร์เวอร์ชั่นไทย มาแล้วกับ "Black & White คู่มหาประลัย ไวรัสล้างโลก"
Audition Dance Party Episode 4 ฟรีคอนเสิร์ตสุดมันส์
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com