หน้าแรก เอนเตอร์เทน ดูหนัง
''Ninja Assassin'' บทนำในฮอลลีวู้ดครั้งแรกของ ''เรน''
30 พฤศจิกายน 2009 9:49 น.  View : 3,869  Post : 0  



เรน


ในเบอร์ลิน ไมก้า คอเร็ตติ เจ้าหน้าที่ตำรวจสากล (รับบทโดยนาโอมี่ แฮร์ริส) ตรวจพบความข้องเกี่ยวด้านการเงินที่เชื่อมโยงเหตุฆาตกรรมทางการเมืองหลายคดี กับเครือข่ายใต้ดินของมือสังหารจากตะวันออกไกล ไมก้า ที่ขัดคำสั่ง ไรอัน มาสโลว์ (เบน ไมลส์) ผู้บังคับบัญชาของเธอ ขุดลึกลงไปในแฟ้มลับของหน่วยงานจนได้รู้ความจริงเบื้องหลังเหตุฆาตกรรมเหล่านี้
 
แต่การสืบสวนนี้ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมาย และตระกูลโอซูนุ ได้ส่งทีมสังหารที่นำทีมโดยทาเคชิ (ริค ยูน) ให้มาปิดปากเธอ ไรโซ ช่วยชีวิตไมก้า ให้รอดพ้นจากมือทีมสังหาร แต่เขารู้ดีว่าตระกูลโอซูนุ คงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เขากับไมก้าจึงต้องมอบความไว้วางใจให้กันเพื่อเอาชีวิตให้รอด และโค่นล้มตระกูลโอซูนุ ลงให้ได้
 
แม้ว่าเราจะเคยเห็นนินจาบนจอหนังมานักต่อนัก แต่ผู้กำกับหนัง เจมส์ แม็คทีก  และทีมผู้อำนวยการสร้างมือฉมังอย่าง โจเอล ซิลเวอร์, แอนดี้ กับแลร์รี่ วาโชว์สกี้ และ แกรนด์ ฮิลล์ อยากนำนินจาขึ้นจอในแบบที่คนดูยังไม่เคยเห็นมาก่อน
 
ทางทีมผู้สร้างอยากใช้ประโยชน์จากโครงสร้างหนังเกี่ยวกับนินจาประเภทที่อาจารย์เลือกเด็กเพื่อมาฝึกให้กลายเป็นมือสังหารหรือนักสู้ที่เก่งฉกาจ ''นินจาคือตัวละครที่มีความลึกลับที่มักจะเผยตัวออกมาจากเงามืด'' แม็คทีก ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนที่เขาเคยดูสมัยโตมาในออสเตรเลีย เริ่มต้นเล่า ''เราได้ดูหนังการ์ตูนจากญี่ปุ่น และซีรีส์ทางทีวีอย่าง The Samurai และ The Phantom Agents ซึ่งมีเรื่องของนินจาอยู่ด้วย เป็นเรื่องที่ตัวละครถูกเลี้ยงดูมาในฐานะเด็กกำพร้า สำหรับหนังเรื่องนี้ เราได้พูดคุยกันถึงองค์ประกอบที่เป็นเรื่องคลาสสิกเหล่านั้น แต่เราได้เพิ่มอารมณ์แบบนัวร์เข้าไปด้วย''
 
''ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดที่พวกเราแต่ละคน โดยเฉพาะ แลร์รี่ กับแอนดี้ เป็นพวกที่หลงใหลเรื่องเล่าสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย'' ฮิลล์ พูดถึงพี่น้องวาโชว์สกี้ ผู้สร้างหนังไซไฟไตรภาค The Matrix ที่ครองใจใครหลายคน ''แต่โลกของนินจายังคงถูกเก็บไว้เป็นความลับได้อย่างไรทั้งๆ ที่นี่ก็ศตวรรษที่ 21 แล้ว''
 
นั่นกลายเป็นหน้าที่ของทีมผู้เขียนบท แมทธิว แซนด์ และ เจ. ไมเคิล สเตรคซินสกี้ ซึ่งถูกดึงตัวให้มาทำหน้าที่เขียนบทให้หนังเรื่องนี้ ''ผมเคยฝึกคาราเต้ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรื่องศิลปะการต่อสู้ถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตผมมานานแล้ว'' แซนด์ เล่า ''ดังนั้นการได้เขียนบทให้กับหนังที่ว่าด้วยเรื่องของนินจาที่ผมอยากเห็นมาตลอด จึงถือเป็นฝันที่กลายเป็นจริงแล้ว''
 
''ผมชอบหนังแนวนี้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเคยทำหนังนินจาแบบจริงๆ จังๆ มานานมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในโลกตะวันตก'' สเตรคซินสกี้ ช่วยเสริม ''นินจาเคยถูกใช้ให้เป็นมุกฮาบ่อยๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่มีใครคิดจริงจังกับนินจามานาน โอกาสจะทำหนังที่นำเสนอนินจาให้ดูน่ากลัว จึงเป็นความคิดที่น่าสนใจ แล้วการได้มาทำงานกับพี่น้องวาโชว์สกี้ ก็ดีมาก รวมถึงน่าเกรงขามอีกด้วย เพราะพวกเขาเหมือนมีสมอง 12 ชั้น และคุณต้องทำให้สุดฝีมือถึงจะไล่ตามพวกเขาทัน''
 
เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสร้างหนังในแบบที่พวกเขาทุกคนอยากดูจริงๆ พวกเขาจึงต้องค้นหาตัว ไรโซ ที่สมบูรณ์แบบให้เจอเสียก่อน เป็นคนที่ไม่เพียงต้องอดทนต่อการแสดงด้านที่เป็นนักรบของตัวละครออกมาเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นดารานำที่ดูน่าเชื่อได้ด้วย
 
''วันที่เรน แสดงฉากแรกของเขาในหนัง Speed Racer'' ซิลเวอร์ รับช่วงต่อ ''พี่น้องวาโชว์สกี้ โทรศัพท์มาหาผม และบอกว่า ''ผู้ชายคนนี้สุดยอดมาก เขามีความเป็นธรรมชาติที่สุด เขาคือฝันที่กลายเป็นจริงของเราเลย'' จากนั้นเราก็เริ่มต้นวางแผนงานหนัง Ninja Assassin ต่อทันที''
 
''ตอนที่เราถ่ายทำหนังเรื่องนั้นอยู่ แลร์รี่ กับแอนดี้ ทาบทามผม และถามผมว่าผมสนใจจะแสดงเป็นนินจาไหม'' เรน พูดอย่างตื่นเต้น ''ผมจะปฏิเสธได้ยังไงกัน ผมบอกพวกเขาว่า ''บอกมาเลยว่าเมื่อไหร่ และที่ไหน ผมจะไปที่นั่นเอง''
 
ถึงแม้ว่าเรน จะมารับบทเป็นไรโซ ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง แต่ทางทีมผู้สร้างก็รู้ดีว่าดารานำที่แท้จริงของ Ninja Assassin คือฉากศิลปะการต่อสู้อันน่าตื่นตา และการจะได้ฉากเช่นนั้นมา พวกเขาต้องการมือดีที่สุด พวกเขาจึงเรียกใช้บริการของผู้ออกแบบคิวบู๊ แช็ด สตาเฮลสกี้ และ เดฟ ไลทช์ ซึ่งเคยทำงานกับพี่น้องวาโชว์สกี้, ซิลเวอร์ และฮิลล์ มาตั้งแต่ The Matrix
 
''สำหรับหนังเรื่องนี้ เราไม่อยากใช้ลวดสลิง หรืองานวิชวลเอฟเฟกต์'' ซิลเวอร์ ยืนยัน ''เราต้องการความเป็นไปได้ของการมองเห็น และการเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าคุณ แช็ด กับเดฟ เป็นคนที่คิดนอกกรอบ และอยากจะนำสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้ พวกเขาทุกคนทำงานด้วยกันเพื่อสร้างฉากสตั๊นต์สุดมหัศจรรย์ทั้งที่เหนือ และเกินกว่าที่เราจินตนาการเอาไว้''
 
ในความพยายามที่จะฟื้นคืนชีพให้หนังนินจา ศิลปะการต่อสู้ในหนังจึงเป็นการผสมรวมหลากหลายสไตล์การต่อสู้เข้าด้วยกัน ''เป้าหมายอย่างหนึ่งในการทำหนังเรื่องนี้ก็คือการยกระดับตัวหนังขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ให้เหนือกว่าสิ่งที่เราทุกคนเคยทำมา'' แม็คทีก บอก ''การจะเชื่อมประสานพลังทั้งหมดที่เคยมีอยู่ในหนังเรื่องอื่นๆ และนำมันใส่เข้าไปในหนังเรื่องเดียวจำต้องมีความรู้ และทักษะมากมาย นั่นคือสิ่งที่แช็ด และเดฟทำได้ทุกครั้ง พวกเขารู้เรื่องนี้ทั้งนอกทั้งในเลยทีเดียว''
 
''สไตล์การต่อสู้ของญี่ปุ่นที่เรียกว่านินจูซึ คือส่วนผสมหลัก อย่างไรก็ดี เราได้รวมสไตล์การต่อสู้ วูซู แบบจีนเข้าไป กับสไตล์อันโลดโผนแบบกังฟู รวมไปถึงกระบี่กระบอง ซึ่งเป็นสไตล์การฟันดาบของไทยเข้าไปด้วย เรายังใช้กีฬาคาราเต้แบบใหม่ที่เรียกกันว่าทริคกิ้ง และการต่อสู้ของฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า คาลี เข้าไปโดยมีแดน อิโนซานโต้ เป็นคนสอนพวกเรา''
 
ทั้งแม็คทีก, สตาเฮลสกี้ และไลทช์ ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าพวกเขาต้องการงานสตั๊นต์แบบแสดงสด โดยไม่ต้องกลเม็ดมุมกล้องช่วย ทางผู้ออกแบบคิวบู๊จึงต้องระดมกลุ่มสตั๊นต์แมนมาช่วยกันสร้างสรรค์งาน ไลทช์ อธิบายว่า ''เพื่อให้ได้งานอย่างที่เราต้องการ เรามองหาสตั๊นต์แมนรุ่นใหม่ที่มีทักษะฝีมือโดยเฉพาะ การได้ตัวพวกเขามา ทำให้เราสามารถเลี่ยงการทำงานที่ต้องใช้ลวดสลิงเข้าช่วย ทำให้งานสตั๊นต์ของเราดูเหมือนจริงมาก นั่นคือสิ่งที่เราอยากจะทำเสมอมา''
 
เมื่ออยู่ในกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ ของโลก ทำให้เรน ยิ่งต้องฝึกซ้อมหนักมากขึ้น เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนนินจาที่ฝึกวิชามาตั้งแต่เด็กจริงๆ สุดท้ายแล้ว การแสดงของเรน สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน ''เรน สามารถเลียนท่าแอ็กชั่นต่างๆ และใส่อารมณ์ลงไปในการแสดงของเขาด้วย เขาสามารถแสดงไปพร้อมกับการต่อสู้ได้'' สตาเฮลสกี้บอก  ''ผมว่าเขาเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เร็วกว่าทุกคนที่เราเคยร่วมงานด้วย''
 
''ผมฝึกฝนวันละ 6 ชั่วโมงเป็นเวลานาน 6 เดือน'' เรน แสดงให้เห็นความทุ่มเท ''โดย 5 ชั่วโมงเป็นการฝึกศิลปะการต่อสู้ กับอีก 1 ชั่วโมงเป็นการฟิตร่างกาย ระบบการฝึกของพวกเขาน่าทึ่งมาก มันใช่แค่การยกน้ำหนักและงดกินช็อกโกแลตเท่านั้น แต่ผสมผสานการไดเอต  และการเสริมสร้างความแข็งแรงจากภายใน มันเป็นเรื่องของทั้งตัว ทั้งภายในและภายนอก ไม่ใช่แค่การสร้างกล้ามเนื้ออย่างเดียวเท่านั้น มันยากนะ แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่มหัศจรรย์มาก''
 
การฝึกของเรนยังรวมถึงการฝึกใช้อาวุธด้วย เรน เล่าว่า ''เราฝึกทั้งการใช้โซ่ การใช้ดาบเดี่ยว,ดาบคู่ และดาวกระจายผมต้องหัดใช้มันด้วยใช้พละกำลัง โดยที่ต้องกระโดดและกลิ้งตัวไปด้วย เป็นงานยากทั้งนั้น แต่ผมก็สนุกนะ''
 
''นิสัยคนเราเกิดจากธรรมชาติหรือเกิดจากการเลี้ยงดูกันแน่'' ผู้กำกับแม็คทีก ตั้งประเด็นเอาไว้ ซึ่งถือเป็นธีมหลักของ Ninja Assassin ''ผมรู้สึกว่าเราทำสิ่งที่เราได้ตั้งใจจะทำแล้ว และได้สร้างหนังนินจายุคใหม่ที่มีฉากแอ็กชั่นสุดมันส์ แต่ก็ยืนอยู่บนพื้นฐานการสร้างตัวละครที่ดีด้วย''
 
เรน ช่วยสรุปส่งท้ายว่า ''หนังเรื่องนี้เป็นการผสมผสานเรื่องราวที่ดีเข้ากับความลึก และความรู้สึก ที่มาพร้อมฉากแอ็กชั่นอันน่าตื่นตาที่สุด บรรดาผู้ที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ทำฉากแอ็กชั่นได้เยี่ยมมาก นี่ไม่ใช่ข้อยกเว้นเลย''

Share :
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :เซียนน่า มิลเลอร์
ชื่อเล่น : เซียนน่า
วันเกิด :
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
เปิดใจ'ดาเนี่ยล แร็ดคลิฟฟ์''และ'โซอี้ คาซาน'' กับความรักผิดเวลาใน'What If รักได้มั้ย ถ้าหัวใจแอบรัก''
01 กันยายน 2557 9:50 น.
หรือ Captain America 3 จะเป็นภาคสุดท้ายของ คริส อีแวนส์?สัมภาษณ์ แอนโธนี และ โจ รัสโซ่ พี่น้องผู้กำกับฯ
31 สิงหาคม 2557 9:06 น.
หนังใหม่เข้าโรง
29 สิงหาคม 2557 8:09 น.
Guardians of the Galaxy โกยรายรับสูงสุดซัมเมอร์ 2014
27 สิงหาคม 2557 8:09 น.
มาร์เวลว่าไง?ผู้กำกับ "Game of Thrones" สนทำหนัง "แบล็กวิโดว์"
27 สิงหาคม 2557 7:59 น.
ข่าวประชาสัมพันธ์
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com