|
|
กินไม่อิ่มแอบชิมเด็ก (12)
20 มีนาคม 2010 7:48 น. View : 9,335 Post : 0
|
ดิฉันมาเที่ยวศูนย์การค้านี้หลายครั้งอย่างนางเสือสาวที่หวังมาอ่อยล่อกวางหนุ่มไปขบเคี้ยว แต่กลับเจอหัวหน้าจิ้งจอกคลุมหนังกวางลวงไปกลางฝูง ยังโชคดีที่ไม่โดนทั้งฝูงรุมขย้ำ ถึงบ้านเกือบสี่ทุ่มรู้สึกเงียบเหงาพิเศษ
ประตูห้องลูกชายปิดสนิทคงจะหลับแล้ว จึงแวะเข้าไปชำระคราบความสกปรกที่ก่อมา แล้วจึงลงมาสนามหญ้าเหลือบมองไปเห็นห้องเตี่ยเปิดไฟ เลยเดินข้ามสนามไปตึกใหญ่ แม่บ้านประจำตัวเตี่ยวิ่งออกมาจูงมือดิฉันเข้าไปข้างใน
''เตี่ยทะเลาะคุณชาญ ไล่ออกจากบ้าน คุณชาญผลักเตี่ยล้ม พวกเราไปช่วยประคองขึ้นนอน แล้วเงียบ เราไม่กล้าเข้าไปดู คุณผู้หญิงมาแล้วดูหน่อยค่ะ เตี่ยเป็นยังบ้าง''
เรื่องน่าตกใจกว่านั้นคือเตี่ยนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง แพทย์แจ้งว่าเป็นอาการของหัวใจ พักรักษาตัวสองสัปดาห์จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แพทย์ห้ามไม่ให้ใครทำเรื่องกระทบใจอีก มาพักที่บ้านไม่นานเฮียชาญก็ก่อเรื่องเข้าไปขอให้เตี่ยโอนเงินก้อนหนึ่ง เตี่ยไม่ยอมให้ เฮียชาญออกจากห้อง เตี่ยก็เรียกดิฉันเข้าไปพบสั่งให้ดูแลบ้านเลี้ยงดูลูกให้ดี แล้วก็บอกว่าง่วงอยากนอน ดิฉันกับแม่บ้านเตี่ยดูและจนแกนอนหลับ จึงแยกตัวออกมา ตอนเช้าแม่บ้านก็พบว่าเตี่ยไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว
เตี่ยทำพินัยกรรมขายบริษัทให้น้องชาย ให้ลูกดิฉันถือหุ้น 20 % เงินขายบริษัทรวมเงินสดอื่นแบ่งครึ่งตั้งเป็นกองทุนกลางให้ดิฉันจัดการดูแลร่วมกับน้องชาย ที่เหลือให้เฮียชาญ 40 ดิฉันกับลูกได้แค่ 10 บ้านและที่ดินที่เตี่ยอยู่ยกให้ดิฉันกับลูก เฮียชาญได้ตึกและที่ดินอื่นๆ ไปหมด
เฮียชาญโดนห้ามเข้าไปยุ่งกับบริษัทจึงไม่พอใจอา หาว่ามาชุบมือเปิบทะเลาะกันหนักแต่ทำอะไรอาไม่ได้ ก็หันมากินเหล้าเมาทุกวัน แล้วมาขอนอนด้วยดิฉันไม่ยอมก็ตบตีทำทารุณ ดิฉันหนีไปนอนบ้านเตี่ย เขาเรียกผู้หญิงอื่นมานอนในบ้าน เรื่องรู้ไปถึงน้องชายเตี่ยเข้ามาจัดการจนไม่กล้าพาหญิงเข้ามาอีก แล้วที่สุดเขาก็ขนของไปนอนที่อื่น ดิฉันกลายเป็นม่ายบัดนั้น
ดิฉันเสียใจมากนึกว่าเสียเตี่ยไปแล้วเฮียชาญจะสำนึกกลับตัวได้ แต่เขายิ่งหนักกว่าเดิม จึงตัดใจพาลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ อยู่กับลูกเกือบ 6 เดือนจึงกลับมา
ขณะอยู่ต่างประเทศจิตใจห่อเหี่ยวมากความคิดเรื่องบนเตียงหายไปหมดสิ้น ทำให้คิดว่าคงเป็นเพราะการตัดมดลูกกับวัยเริ่มขึ้นเลขสี่ เป็นต้นเหตุ อีกทั้งเรื่องร้ายเมื่อวันนั้นมันตามหลอกหลอนจนไม่กล้าที่จะมองคนแปลกหน้าอีก
ได้ออกงานกับเพื่อนเก่า ได้เฮฮากับคนรู้จักใหม่ชีวิตก็เริ่มมีชีวา เพื่อนหลายคนบอกว่ายังไม่แก่ให้มองหาหนุ่มใหม่ได้แล้ว เพราะเฮียชาญเขาเปิดตัวอยู่กับเมียคนใหม่ ดิฉันได้แต่ยิ้มรับคำแนะนำและสนุกกับเพื่อนไปตามโอกาส
วันหนึ่งดิฉันย้อนไปเดินศูนย์การค้าที่เจอเจิดกับพวก ''เจ๊'' กำลังเดินหาซื้อของเพลินๆ ก็มีเสียงเรียก ดิฉันใจหายวาบนึกกลัวว่าจะเจอเจิดขึ้นมากะทันหันจนไม่กล้าหันไปมอง แต่เสียงนั้นก็วกมาดังด้านหน้า ''เจ๊ จำเปี๊ยกได้ไหม''
เปี๊ยกคนที่โดนไล่จากงานเพราะไปเที่ยวซื้อของกินข้าวกับดิฉันเมื่อหลายปีก่อน ''สบายดีไหม'' ''สบายพอตัวครับเจ๊'' ''ว่างไหม เอารถมารึเปล่า'' ''ว่างครับ...แต่มารถเมล์'' พอได้ยินคำนั้นดิฉันก็ควงแขนเขาขึ้นรถทันที ''ไปกินข้าวกัน''
ดิฉันพาเปี๊ยกไปกินอาหารร้านที่เขาชวนให้มากินครั้งแรก ''เจ๊ยังจำร้านนี้ได้'' เขาถามแล้วดื่มหมดแก้ว เราสองคนดื่มมากกว่ากิน สนุกกันจนต้องย้ายไปห้องคาราโอเกะ ร่วมร้องเพลงอย่างมีความสุข แต่ร้องได้ไม่กี่เพลงเปี๊ยกก็อินกับเพลงจนถึงขั้น ''เจ๊ผมคิดถึงแฟน'' ''นายแต่งงานแล้ว'' ''ยังผมเพิ่งคิดว่ารักเค้าก็ไปหาคนอื่นให้ผมอกหักครั้งที่สอง''
''นายเคยอกหัก'' ''ช่าย ผมอกหักครั้งแรกทำงานบริษัทขายรถยนต์หลงรักสาวรุ่นพี่ แต่เธอแต่งงานกับลูกชายเจ้าของบริษัท'' ''เปี๊ยก...'' ดิฉันขมวดคิ้วไม่พูดต่อ ''ผมหมายถึงเจ๊ พี่สาวคนที่ผมหลงรักสุดชีวิต''
(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)
|
ร่วมแสดงความคิดเห็น |
 |
|
|
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด |
 |
|
|
| แอบ(2) 03 กันยายน 2553 16:41 น. |
|
| แอบ(1) 02 กันยายน 2553 18:32 น. |
|
|
|
ข่าวประชาสัมพันธ์ |
 |
|
|
|