|
|
สังคมสับสน-ผู้คนแตกแยกความล้มเหลวของการควบคุมสื่อ
13 มีนาคม 2010 19:29 น. View : 207 Post : 0
|
เหตุเพราะเราไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์ ไม่ส่งเสริมให้มีการศึกษาอย่างแน่แท้ เมื่อลืมอดีตไม่สนใจอดีต เราก็จะไม่มีแบบแผนแบบอย่างให้ใคร่ครวญคิด การก้าวหน้าไปกับสังคมเทคโนโลยี โดยไม่เคยตั้งรับทำให้สังคมไทยอบอวลไปด้วยความสับสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วงชิงแข่งขันในเรื่อง ''ข่าว'' เพราะทุกคนทุกค่ายจ้องจะขาย ''ข่าว'' กันอย่างเดียวโดยไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมา
สมัยก่อนนั้น ชาวบ้านร้านตลาดคนอยู่บ้านนอกคอกนาหรืออยู่ในเมือง เราได้รับรู้ข่าวสารเท่าเทียมกันเหมือนกัน โดยผ่านวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
ถามว่า แล้วปัจจุบันนี้ มีคนติดตามฟังข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์สักเท่าไหร่?
ด้วยความเคารพนะครับ ฯพณฯ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่เคารพนับถือยิ่ง ก่อนที่ท่านจะเพ่งเล็งไปดูแลสื่ออื่นๆ ท่านจะไม่สังคายนาสื่อภาครัฐที่ออกมาจากหน่วยงานของรัฐก่อนหรือ?
โพลล์ต่างๆ หลายๆ สำนักที่มีอยู่บ้านเมืองของเรา ผมขอวิงวอนให้ลองทำการสำรวจตรวจสอบแล้วส่งผลสำรวจให้ ฯพณฯ สักนิดเถอะครับ ว่าถึงวันนี้แล้ว ยังมีคนติดตามฟังข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ซักกี่คน เชื่อถือข่าวสารที่ออกมาจากภาครัฐกี่เปอร์เซ็นต์
ความเป็นจริงในอดีต สมัยที่ผมยังเด็กๆ อยู่ วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เป็นสถานีวิทยุที่ให้ทั้งความรู้ ให้ข้อมูลข่าวสารได้เที่ยงตรงที่สุด คนบ้านนอกอย่างพวกผม จะฟังข่าวก็ต้องฟังจากวิทยุประเทศไทยเท่านั้น วิทยุคลื่นอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีข่าวเท่าไหร่
หรือหากจะมีบ้างก็จะหนักไปทางข่าวชาวบ้าน
ข่าวชาวบ้านที่ว่านี้ คนอ่านข่าว คนเล่าข่าว คนทำรายการข่าวทางวิทยุ ในอดีต ก็เอามาจากหน้าหนังสือพิมพ์รายวันทั้งสิ้น เอามาอ่านแล้วใส่สีตีไข่สนุกสนานเฮฮา ดัดเสียงแบบนั้นแบบนี้ เท่านี้คนฟังวิทยุก็ชอบแล้ว
นักจัดรายการวิทยุในอดีตที่เป็นสัญลักษณ์ของคนอ่านข่าวที่ชาวบ้านร้านตลาดชอบ อาทิ อาตุ้ย ณ บางน้อย, พี่ปรีชา ทรัพย์โสภา, สมหญิง ยิ่งยศ เป็นต้น
เอ่ยนามท่านเหล่านี้นักฟังวิทยุตัวจริงก็รู้จักเป็นอย่างดีครับ หรือไม่กระทั่ง พี่ไฉน กลิ่นขาว, ตะบันไฟ ปะไลกัลป์ ก็เป็นคนอ่านข่าวที่ทรงอิทธิพลในสื่อวิทยุภาคเอเอ็ม
ประวัติศาสตร์สมัยเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ก็บ่งชัดอยู่แล้วว่า สื่อวิทยุเมื่อถูกนำเอามาใช้ปลุกระดมแล้วผลของความหายนะของบ้านเมืองเป็นเช่นไร
แล้วทำไม ปีนี้ พ.ศ. นี้ 2553 แล้วนะครับ เราก็ยังไม่จดจำบทเรียนเก่าๆ ยอมให้มีสถานีวิทยุสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด
ยังไม่พอใจ ยอมให้มีโทรทัศน์ดาวเทียมสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน แพร่ภาพปลุกระดมผู้คนในประเทศให้สับสนอลหม่านมากขึ้นไปอีก
แถมยังรุกคืบหน้ายอมให้มีสำนักข่าวสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน ปล่อยข่าวไปขึ้นบนหน้าจอมือถือให้คนตกอกตกใจกันทั้งประเทศอีก
เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ แค่วิทยุเอเอ็มคลื่นสองคลื่นเท่านั้นยังยุยงส่งเสริมให้คนไทยฆ่ากันเองได้
แล้ววันนี้ ฯพณฯ สาทิตย์ ปล่อยให้มีทั้งคลื่นสีนั้นสีนี้เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ปล่อยให้มีโทรทัศน์สีนั้นสีนี้แพร่ภาพหลอกลวงประชาชนอยู่ทุกวัน ปล่อยให้มีสื่อสิ่งพิมพ์สีนั้นสีนี้ออกมาวางหราบนแผงได้อีก
ระดมสรรพกำลังถล่มกันขนาดนี้ ไม่นับข่าวลวงที่ส่งไปตามหน้าจอมือถืออีกล่ะ เว็บไซต์ทำลายล้างฝั่งตรงข้ามอีกล่ะ
แบบนี้ไม่เรียกว่าความล้มเหลวของการควบคุมสื่อจะให้เรียกว่าอะไรล่ะครับ ฯพณฯ
บ้านเมืองจึงปริร้าวแตกแยกจนยากจะเยียวยาก็เพราะเราปล่อยปละละเลยมากจนเกินไป ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์อะไรเลย
เห็นๆ กันอยู่โทนโท่ไม่จัดการ ดันผ่าจะกวดขันวิทยุชุมชนตามวัด วิทยุชุมชนหมอลำ วิทยุชุมชนขายยาผีบอก วิทยุชุมชนเพลงลูกทุ่ง เฮ้อ ปลาซิวปลาสร้อยทั้งนั้นเลยครับ ฯพณฯ !
|
ร่วมแสดงความคิดเห็น |
 |
|
|
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด |
 |
ข่าวประชาสัมพันธ์ |
 |
|
|
|