ว่ากันว่าสำหรับนักอ่านทั้งหลายที่สนใจและหลงใหลในงานวรรณกรรมของจีน คงจะไม่มีใครปฏิเสธความยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ของสี่ผลงานสุดยอดแห่งวรรณกรรมจีนอันประกอบด้วย เรื่อง ''ซ้องกั๋ง, สามก๊ก, ไซอิ๋ว และ ความฝันในหอแดง'' ที่ใครได้อ่านแล้วรับรองว่าจะติดใจและพบว่ามีขุมทรัพย์ทางปัญญามากมายซุกซ่อนอยู่ภายใน
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีการยอมรับจากนักอ่านอีกเช่นกันว่า ยังมีอีกสี่สุดยอดวรรณกรรมแนวอีโรติกสุดพิสดาร ซึ่งมีสามเรื่องแรกเหมือนกัน ต่างกันที่เรื่องที่สี่นั้นคือ "จินผิงเหมย" หรือจะนับว่าจินผิงเหมยนี้เป็นสุดยอดวรรณกรรมจีนเรื่องที่ห้าก็ว่าได้
เนื้อเรื่องของจินผิงเหมยนั้น เป็นการสะท้อนการใช้ชีวิตของพวกชนชั้นสูง วิถีชีวิตและค่านิยมของคนในสมัยราชวงศ์หมิง แต่ในเนื้อเรื่องสมมติว่าอยู่ในช่วงราชวงศ์ซ้องช่วงไช่จิง (ฉั่วเกีย) เรืองอำนาจ
นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเสเพลและผิดศีลธรรมของมหาเศรษฐีซีเหมินชิ่ง ที่วางแผนจะได้เมียชาวบ้านมาเป็นเมียน้อยตนเองและการชิงรักหักสวาทของพานจินเหลียนกับหลี่ผิงเอ๋อ โดยเนื้อเรื่องจะไปผูกกับเรื่อง "ซ้องกั๋ง" (วีรบุรษเขาเหลียงซาน) ที่ซีเหมินชิ่งร่วมมือกับพานจินเหลียนสังหารอู่ต้า โดยในนิยาย "จินผิงเหมย" นี้ซีเหมินชิ่งตายเพราะยาปลุกกำหนัด ส่วนพานจินเหลียนถูกอู่ซงฆ่าล้างแค้น แต่ในเรื่อง "ซ้องกั๋ง" ซีเหมินชิ่งกับพานจินเหลียนถูกอู่ซงฆ่าตาย
สำหรับผู้แต่งนิยายเรื่องนี้ใช้นามปากกาว่า "หลันหลิงเสี้ยวเสี้ยวเซิง" และมีการบันทึกชื่อผู้แต่งไว้ในบทนำของนิยายเรื่องนี้ว่า "หลันหลิงเสี้ยวเสี้ยวเซิง แต่งนิยาย จินผิงเหมย เรื่องนี้เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้ผู้คนในสังคม"
แต่ก็ยังมีตำนานเกี่ยวกับผู้เขียนว่าแท้จริงเจ้าของนามปากกานี้ก็คือ "หวางซื่อเจิน" โดยตำนานกล่าวว่า "เหยียนชง" และ "เหยียนซื่อฟาน" ได้ลงโทษประหาร "หวางซู" บิดาของหวางซื่อเจิน โดยเหตุก่อนหน้านี้เหยียนชงมาขอภาพวาด "ทวนเหนือธารน้ำ" แต่หวางซูได้ส่งภาพวาดปลอมไปให้ ทำให้เหยียนชงเจ็บแค้นหาเหตุลงโทษในเวลาต่อมา
ต่อมาเหยียนชงตาย เหลือแต่เหยียนซื่อฟานลูกชาย หวางซื่อเจินเลยเขียนนิยายส่งเป็นของขวัญไปให้โดยใส่ยาพิษสารหนูไว้ขอบกระดาษเวลาพลิกเอานิ้วแตะลิ้นก็ซึมซับพิษจนตาย
นิยายเรื่องนี้ฉบับเต็มค่อนข้างยาวมากพอๆ กับสามก๊กหรือซ้องกั๋ง ต่อมาก็มีฉบับตัดทอนมาวางตลาดด้วย แต่ฉบับเต็มจุดสังเกตจะมีทั้งหมด "100; ตอน" สำหรับชื่อเรื่องนี้มาจากเมียทั้งสามคนของซีเหมินชิ่ง คือ พานจินเหลียน, หลี่ผิงเอ๋อ และ ผังชุนเหมย
ผลงานเรื่องนี้ในเมืองไทย มีฉบับแปลเป็นภาษาไทยสองสำนวนแปล นั่นคือ "ดอกเหมยในแจกันทอง" โดย "เนียน กูรมะโรหิต" ซึ่งแปลตรงจากฉบับภาษาจีน นำมาทยอยพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์แสนสุขในอดีต แต่ปรากฏว่าแปลไม่จบ
ส่วนอีกฉบับหนึ่งนั้นเป็นสำนวนแปลที่ใช้ชื่อเรื่องว่า "บุปผาในกุณฑีทอง" แปลโดย "ยาขอบ" ซึ่งเขาแปลมาจากฉบับอังกฤษของ Bernard miall ที่ไปแปลมาจากฉบับเยอรมันของ Franz Kuhn อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นฉบับที่นักอ่านทั้งหลายบอกว่า เป็นฉบับย่อความและตัดทอนฉากพิศวาส แล้วที่สำคัญสุดท้าย "ยาขอบ" ก็แปลไม่จบ แต่มีการนำมารวมเล่มโดยสำนักพิมพ์ดอกหญ้า
นอกจากนี้ในเมืองไทยเรา ยังมีอีกหนึ่งฉบับที่กล่าวอ้างอิงถึงเนื้อเรื่องของพานจินเหลียนด้วยเช่นกัน นั่นคือเรื่อง "นางยั่วปทุมทอง" จากบทประพันธ์ของ "หนานกงเผอ" (น่ำเก็งผัก) แปลโดย "นิพนธ์ พรรณราย" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง ซึ่งเนื้อหาในฉบับสำนวนแปลฉบับนี้เล่าเนื้อเรื่องในมุมที่ต่างออกไป แต่น่าอ่านไม่น้อยเช่นกัน!!
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมากในบรรดานักอ่านผลงานแนวนี้ คือเรื่อง โหย่วผูถวน ซึ่งแปลว่า เสื่อสวดมนต์ภาวนาที่ทำจากเนื้อหนังมังสาของมนุษย์ เรื่องนี้สอนเรื่องบาปกรรม โทษที่ไปผิดลูกเมียคนอื่นเขา สุดท้ายผลกรรมนั้นย้อนกลับมาลงที่ตนเอง
โดยเนื้อเรื่องแรกเริ่มเปิดฉากขึ้นมาบัณฑิตหนุ่ม "เว่ยหยังเช็ง" (บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน) ได้สนทนาธรรมกับหลวงจีนเหนือโลกเดียวดาย ถึงผลกรรมที่กระทำและได้รับ แต่ท้ายที่สุดหลวงจีนก็ได้ทำนายว่าบัณฑิตหนุ่มจะกลับมายอมรับคำสั่งสอนด้วยความสำนึก จากนั้นก็เข้าเรื่องการผจญภัยผจญกามของบัณฑิตก่อนเที่ยงคืน ซึ่งสุดท้าย ตอนจบเมื่อโดนกรรมสนองแล้วจึงปลงได้และมาบวชในที่สุด
ผู้แต่งเรื่องนี้คือ "หลี่หยู" ที่ได้กล่าวเป็นเชิงอุปมาอุปไมยว่า นิยายเรื่องนี้เหมือนเนื้อมะกอกซึ่งมีรสเฝื่อนขม แต่ถูกห่อหุ้มด้วยลูกพลัมที่หอมหวาน หากปราศจากเรื่องราวสำนวนที่เย้ายวนใจ นิยายเล่มนี้ก็จะเหลือแต่รสฝาดขม
สำหรับในเมืองไทยมีสองสำนวนแปล นั้นคือเรื่อง "บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน" ที่แปลโดย "ชลันธร" จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ชุมศิลป์ธรรมดา ซึ่งมีจัดพิมพ์ทั้งในรูปแบบฉบับปกแข็งและปกอ่อน ฉบับสำนวนแปลนี้ได้รับการยอมรับว่า แปลได้ค่อนข้างสมบูรณ์มาก โดยชลันธร ไม่มีการตัดทอนเนื้อหาในส่วนใดออกเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากพิศวาส รัญจวนใจขนาดไหนและนอกจากนี้มีการใช้สำนวนภาษาที่ถอดความจากภาษาจีนแล้วยังคงความงดงามไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกว่านักอ่านทั้งหลายควรหามาอ่าน (สำหรับคนที่ใจร้อน...ขอแนะนำให้เริ่มอ่านตั้งแต่บทที่สอง)
ส่วนอีกสำนวนแปลหนึ่งนั้น ใช้ชื่อเรื่องว่า "หนั่นเนื้อนงคราญ" ซึ่ง แปลโดย "นิพนธ์ พรรณราย" และมีจัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง ในแวดวงนักอ่านให้การยอมรับว่า ฉบับสำนวนแปลนี้จะเรียกว่าเป็น "บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน ฉบับย่อความ" ก็ว่าได้
แต่อย่างไรก็ตาม นิพนธ์ พรรณราย ก็แปลได้อย่างมีอรรถรสและสำนวนภาษาก็งดงามเช่นกัน ล่าสุดหลังจากที่ "หนั่นเนื้อนงคราญ" ได้จัดพิมพ์รวมเล่มไปแล้วเมื่อปี 2520 หรือเมื่อ 32 ปีที่แล้ว
และล่าสุดทางนิตยสารอินเลิฟ ได้นำเอาเรื่อง "หนั่นเนื้อนงคราญ" มาทยอยลงพิมพ์เป็นตอนๆอีกครั้ง โดยเริ่มลงพิมพ์ตอนแรกในนิตยสารอินเลิฟฉบับขึ้นปีที่ 2 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนกันยายน 2552 โดยมี "ตั๊ก" บงกช คงมาลัย เป็นนางแบบขึ้นปกด้วยลีลาท่าทางที่สุดแสนจะเซ็กซี่
เชื่อว่า จะเรียกความฮือฮาจากนักอ่านรุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน เพราะ นิพนธ์ พรรณราย ได้ปรับปรุงใหม่ให้สำนวนภาษากระชับและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม จึงถือว่า เป็นกำไรชีวิตของนักอ่านรุ่นใหม่ที่จะได้มีโอกาสซึมซับอรรถรสแห่งงานวรรณกรรมอีโรติกชั้นสุดยอดจากแดนมังกรอีกครั้ง....!!
ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก Bloggang.com : ปาฟงหัน
|