หน้าแรก คอลัมน์ คนในเมืองน้ำหมึก
เจาะตำนาน...พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติอีกหนึ่งความลับอันศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินไทย
06 ธันวาคม 2012 15:33 น.  View : 8,502  Post : 0  





การบันทึกเรื่องราวแต่ครั้งอดีตกาลนานมาแล้วเอาไว้ในอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ ความจริงแล้วสมควรรวมเอา โบราณสถาน,โบราณวัตถุรวมเข้าไปด้วย เพราะนับเนื่องแต่ครั้งโบราณกาลนานมา เอกสารหลักฐานที่เป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของวัตถุที่ไม่ใช่หนังสือ,ไม่ใช่ศิลาจารึก หากแต่เป็นวัตถุมงคล,รูปปั้นทวยเทพเทวา ฯลฯ



ซึ่งนอกจากจะมีคุณค่าทางพุทธศิลป์แล้วยังมีคุณค่าทางพุทธคุณ เทวะคุณ ด้วยเหตุว่ามีความเข้มขลังศักดิ์จากปวงเทพเทวดาที่รักษาได้สำแดงฤทธิ์ธานุภาพให้บังเกิด ส่งผลให้ประเทศชาติบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยมาทุกยุคสมัย

 
สำหรับประเทศไทยเรานั้นเป็นที่ยอมรับนับถือกันอย่างกว้างขวางว่า หนึ่งในเทวรูป-ทวยเทพเทวาที่ปกปักรักษาผืนแผ่นดินนี้ที่ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปฎิหารย์คือ พระสยามเทวาธิราช เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมด้วยความงามทางศิลปะและเทวานุภาพ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่4 และยังคงได้รับการบูชาสักการะมาตราบจนทุกวันนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า องค์พระสยามเทวาธิราช คือ เทพผู้ปกปักรักษาประเทศชาติบ้านเมืองและขจัดปัดเป่าทุกข์ร้อนของแผ่นดิน
 

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ในประเทศไทยเรานั้นยังมีเทพเทวาอีกองค์หนึ่งที่มีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมด้วยฤทธิ์ธานุภาพในด้านการปกปักรักษาคุ้มครองทรัพย์สมบัติของแผ่นดินให้ดำรงคงอยู่ มั่งคั่งมั่นคงและให้เกิดเหตุเพทภัยที่จะทำให้บ้านนี้เมืองนี้ยากแค้นแสนเข็ญ จนมีคำกล่าวกันว่า ประเทศไทยเรานี้มีความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เทพเทวาผู้ปกปักรักษาสินทรัพย์แห่งแผ่นดินองค์นี้ก็คือ พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ...นั่นเอง!!

 
สำหรับประวัติความเป็นมาของพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติเทพผู้ปกปักรักษาสมบัติของแผ่นดินนั้น เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมเก็บ" ขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังเพื่อดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินแผ่นดิน 

 
 รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์ ให้ทรงกำกับดูแลกรมเก็บแห่งนี้ด้วยความไว้วางพระราชหฤทัย ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์ ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดสร้างเทวรูปพระคลังขึ้น เพื่อให้เป็นที่คุ้มครองปกปักรักษาพระราชทรัพย์ของแผ่นดินที่รวมเก็บไว้ในพระคลังมหาสมบัติ และให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่รับราชการในกรมพระคลังมหาสมบัติให้มีขวัญกำลังใจยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต โดยขอพระบรมราชานุญาตทำรูปปั้นเทวรูปพระคลังลักษณะคล้ายพระสยามเทวาธิราชเป็นบางส่วน

        
พระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติเป็นรูปปั้นมีลักษณะเป็นเทวดาหล่อยืนทรงเครื่องกษัตริยาธิราช สวมมงกุฏยอดชัย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว เปรียบเสมือนมีเทวดาปกปักรักษาทรัพย์สมบัติทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน  ซึ่งต่อมาได้เป็นที่ประจักษ์ว่า เทวรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเทวรูปหรือเทพองค์อื่นๆเพียงแต่ไม่เป็นที่รับรู้กันในวงกว้างของสังคมไทยเท่านั้นเอง แต่สำหรับในสังคมชั้นสูงและหมู่ข้าราชการในกรมเก็บนั้นรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่านเป็นอย่างดี

    
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เปลี่ยนชื่อจาก”กรมเก็บ”มาเป็น "กรมพระคลังมหาสมบัติ" ภายหลังการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ.2476 ในรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมพระคลังมหาสมบัติ กรมเงินตรา กรมรักษาที่หลวงและกัลปนา และกรมกระษาปณ์สิทธิการเข้าด้วยกันเรียกว่า “กรมพระคลัง” และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “กรมคลัง” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “กรมธนารักษ์” เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495

    
ซึ่งภารกิจของกรมธนารักษ์ในความรับรู้ของประชาชนทั่วไป คือผลิตเหรียญกษาปณ์ เหรียญที่ระลึกในพระราชวโรกาส และงานพระราชพิธีสำคัญๆ และดูแลที่ดินราชพัสดุ

        
แต่อีกหนึ่งหน้าที่ของกรมธนารักษ์ที่สังคมไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ก็คือ เป็นหน่วยงานที่ยังทำหน้าที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ คือ ดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ทรงคุณค่า แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่ตกทอดมาจากอดีต เป็นงานศิลปกรรมชั้นครูที่งดงาม จากการสร้างสรรค์ของช่างฝีมือในพระราชสำนัก สร้างขึ้นจากทองคำ,เพชรนิลจินดาที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้มีมากถึง 90,000 กว่ารายการ และมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ ในพระบรมมหาราชวัง

    
และปัจจุบันนี้ เทวรูปพระคลัง ซึ่งมีลักษณะเป็นเทวรูปหล่อยืน ทรงเครื่องกษัตริยาธิราช สวมมงกุฎยอดชัยประดิษฐานอยู่ ณ ห้องพระคลัง สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินในพระบรมมหาราชวัง เป็นดั่งเทพผู้พิทักษ์ปกปักรักษาพระราชทรัพย์และทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินในพระคลังมหาสมบัติ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่รับราชการในพระคลังมหาสมบัติรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

    
และเนื่องจากในปีนี้ กรมธนารักษ์มีอายุครบ 80 ปี นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้จัดสร้างเหรียญพระคลังในพระคลังมหาสมบัติขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน และจะนำรายได้จากการจัดสร้างไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน รายได้อีกส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุนด้านการศึกษาในโครงการ "เพชรยอดมงกุฏ" ซึ่งเป็นโครงการที่พระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวรวิหารเป็นผู้ก่อตั้ง และดำเนินงานมากว่า 10 ปีแล้ว เป็นโครงการสร้างนักเรียนเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในด้านการศึกษา 10 สาขาวิชา เพื่อให้สามารถแข่งขันทัดเทียมกับต่างประเทศได้ เช่น สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ฯลฯรายได้ส่วนที่สาม จะเป็นสวัสดิการของกรมธนารักษ์

    
และนี่คือที่มาของ วัตถุมงคลที่บันทึกประวัติศาสตร์แห่งความมั่งคั่งของชาติไทยเราเอาไว้ นั้นคือเหรียญพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งจัดสร้างเป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้ากลางเหรียญมีรูปเทวรูปพระคลังเต็มองค์ ประทับยืนบนแท่นทรงเครื่องกษัตริยาธิราชสวมมงกุฎยอดชัยพระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว เบื้องหลังเทวรูปพระคลังเป็นรูปพระวิมานเก๋งจีนที่เทวรูปพระคลังสถิตอยู่

    
ด้านหลังกลางเหรียญมีตราสัญลักษณ์กรมธนารักษ์ เบื้องบนรูปตราสัญลักษณ์มีข้อความว่า "พระคลังในพระคลังมหาสมบัติ" เบื้องล่างมีข้อความว่า "ครบ 80 ปี กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง พ.ศ.2555"

    
ซึ่งเหรียญพระคลัง ในพระคลังมหาสมบัติ ออกแบบและปั้นเหรียญโดย พุทธชาติ อรุณเวช ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน โดยท่านผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า พระคลังนั้นศักดิ์สิทธิ์มากและถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการพาผู้มาเยือนไปสักการบูชาพระคลังก่อนที่จะทำกิจการงานอื่นใดในวันนั้น... การเคารพกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินถือเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติเสมอ

    
"หลายเรื่องเราพูดไม่ได้แต่เราสัมผัสได้ ทุกวันนี้ดิฉันทำงานด้วยความอุ่นใจ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามก็จะเข้าไปกราบพระคลังมหาสมบัติ ที่นี่เราทุกคนทำทุกอย่างด้วยความยึดมั่นในความซื่อสัตย์  หากพระสยามเทวาธิราชดูแลรักษาประเทศชาติ พระคลังมหาสมบัติก็ปกปักรักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน" 

    
โดยตำแหน่งทางราชการ ผอ.พุทธชาติ อรุณเวช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ผู้ดูแลทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินในพระคลังมหาสมบัติ แต่ในแวดวงศิลปกรรมเหรียญรู้ดีว่าเธอคือประติมากรผู้ปั้นเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึกที่มีพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ และพระรูปของพระราชวงศ์มายาวนานกว่า ๓๐ ปี มีผลงานที่โดดเด่นที่ฝากฝีมือไว้มากกว่า ๒๐๐ ชิ้นงาน อาทิ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระราชพิธีกาญจนาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอกจากนี้เธอยังได้ชื่อว่าเป็นประติมากรผู้ผลิตผลงานการปั้นเหรียญกษาปณ์พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากที่สุดในยุคนี้ด้วย

    
และผลงานล่าสุดคือเหรียญพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ ในโอกาสครบรอบ ๘๐ ปี กรมธนารักษ์ นอกจากนี้ท่านได้เล่าถึงการงานในปัจจุบันซึ่งเกี่ยวกับการดูแลทรัพย์สินของแผ่นดินที่มีมูลค่ามหาศาลว่า

    
"จริงๆแล้วทรัพย์สินที่เราดูแลอยู่มีเยอะมาก ถ้าใครได้เห็นแล้วจะต้องรู้สึกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ท่านสร้างอะไรให้แก่แผ่นดินมากมาย สมัยโบราณการยกทัพจับศึก ท่านเป็นผู้นำ จะเห็นว่า จะมีเครื่องสิริมงคล คือเครื่องรางของขลัง ถ้าไปเห็นแล้วจะรู้เลยว่า โอ้โฮ! คือทุกคนสัมผัสได้ เคยไปจัดแสดงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อยู่ครั้งหนึ่ง ทุกคนบอกว่าพอเข้าไปแล้วขนลุก ขนทุกคนจะตั้งชันหมดเลยเพราะเครื่องรางของขลังสมัยโบราณจะต้องลงคาถาอาคมแล้วก็เป็นเหมือนกับว่าท่านพระราชทานให้เจ้านายสวมเป็นเครื่องพิชัยสงคราม เป็นขวัญกำลังใจ ขณะเดียวกันก็ต้องยึดเหนี่ยวในเรื่องของความซื่อตรง ความซื่อสัตย์ ดิฉันมองว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา ทรงมีวิธีการ เช่นจะพระราชทานอะไร ก็ยังแฝงนัยะว่าผู้รับต้องซื่อสัตย์นะ คุณต้องยึดมั่นอยู่ในคุณความดีนะ อย่างเครื่องสิริมงคล อย่างตะกรุด พระดิ่งก็คือความซื่อตรง เป็นทองคำประดับด้วยพลอยหรือบางทีก็ทำจากวัสดุที่หายาก อย่างเช่น กัลปังหา หินสีที่หายาก อันนี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณ บางชิ้นงานจะเห็นเลยว่าคนไทยเรานี่เป็นช่างฝีมือ ศิลปะเราสุดยอดขนาดนี้ พระธำมรงค์แต่ละองค์ฝีมืองดงาม มีความละเอียดมาก" 

    
สำหรับความหมายของ "ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน" คือทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องในพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงทรัพย์ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และข้าราชบริพารในการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง โดยใช้เงินแผ่นดินในการจัดสร้างและเก็บรักษาไว้ในพระคลังมหาสมบัติและจะต้องส่งคืนเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว อาทิ เครื่องอิสริยยศ ต้นเค้าเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เครื่องถนิมพิมพาภรณ์ เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร รวมทั้งเงินตราตั้งแต่สมัยฟูนัน ทวารวดี เรื่อยมาจนถึงรัตนโกสินทร์ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่ตกทอดมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 
สำหรับเหรียญพระคลังมี 4 ชนิดโลหะที่จัดสร้างคือ เนื้อทองคำ99%,เนื้อทองคำ 96.5% ,เนื้อเงิน,เนื้องทองแดงและผ่านพิธีพุทธา-เทวาภิเษก ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยการช่วยอำนวยการของ พระธรรมภาวนาวิกรม (ท่านเจ้าคุณธงชัย)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ นอกจากนี้ยังมี “รูปหล่อรอยองค์พระคลัง” ขนาดความสูง 29 เซนติเมตร เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อโลหะผสมปิดด้วยทองคำเปลว อย่างไรก็ดี การจัดสร้างนี้จะทำตามยอดสั่งจอง  สามารถสั่งจองได้ที่ส่วนกลาง สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ สำนักการคลัง กรมธนารักษ์ ซ.อารีย์สัมพันธ์ ถ.พระรามที่ 6 กรุงเทพฯ สำนักบริหารเงินตรา ถ.จักรพงษ์ กรุงเทพฯ สำนักกษาปณ์ ถ.พหลโยธิน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ส่วนภูมิภาค ศาลาธนารักษ์ 1 ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์ 2 ศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) อ.เมือง จ.สงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 75 พื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
  


Share :
 
ดารา :
  คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย

การเสนอข่าว

เห็นด้วย 
0%
ไม่เห็นด้วย 
0%
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :อาจารียา พรมพฤกษ์
ชื่อเล่น : หลิว
วันเกิด :
ค้นหาดาราอื่นๆ
ค้นหาตามตัวอักษร
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
"ตำนานรักทุ่งสีเพลิง"ผลงานของ Mo Yam นักเขียนโนเบล สาขาวรรณกรรม
31 ตุลาคม 2557 9:58 น.
"ยอดรักนักขาย" ผนึกกำลัง "เดชพ่อตา" เรียกเสียงหัวเราะพร้อมสอดแทรกแง่คิด
17 ตุลาคม 2557 8:51 น.
เปิดประตูงานมหกรรมหนังสือฯงานที่คนรักหนังสือรอคอยพร้อมเปิดฉลอง40ปี The Exorcits
10 ตุลาคม 2557 9:07 น.
เปิดใจ "แอ๊ด คาราบาว"...ผมเชื่อคนง่าย!สุดท้ายต้อง "วางดาบ"หยิบหนังสือธรรมะ
03 ตุลาคม 2557 9:21 น.
จาก..."อ่านคนจากใบหน้าอาวุธลับธุรกิจ พิชิตความสำเร็จ"สู่...การสัมนาฯงานที่นักอ่านได้มากกว่าหนังสือ
26 กันยายน 2557 8:30 น.
ข่าวประชาสัมพันธ์
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com