หน้าแรก คอลัมน์ คนในเมืองน้ำหมึก
ย้อนรอย...รำลึกสงครามมืด 70 ปีญี่ปุ่นบุกไทย...8ธันวาคม 2484
08 ธันวาคม 2011 16:06 น.  View : 4,505  Post : 0  





เช้ามืดวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (วันที่ 7 ธันวาคม ตามเวลาในฮาวาย) ญี่ปุ่นเปิดแนวรบในเอเชียตะวันออก โจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ในฮาวาย ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก รวมทั้งเกาะฮ่องกงของอังกฤษ เกาะฟิลิปปินส์ของสหรัฐอเมริกา และเมืองโกตาบารูในแหลมมลายู โดยมิได้ประกาศสงครามล่วงหน้า



ก่อนหน้าการโจมตีที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ไม่กี่ชั่วโมง คืนวันที่ 7 ธันวาคม 2484 ขณะที่ในกรุงเทพฯ มีงานฉลองรัฐธรรมนูญ สถานีวิทยุบีบีซีรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวของขบวนเรือญี่ปุ่นในอ่าวไทย ทำให้เกิดข่าวลือว่าญี่ปุ่นจะบุกไทย ค่ำวันนั้นเอกอัครราชทูตอังกฤษได้เข้าพบ ศ.ดร.ดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทูตรายงานว่าเครื่องบินตรวจการณ์ของอังกฤษเห็นกองเรือรบญี่ปุ่นเดินทางมาจากแหลมญวนและกำลังอยู่ในอ่าวไทย ไม่นานหลังจากนั้นญี่ปุ่นได้ส่งเอกอัครราชทูตเข้ามาขอพบนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อเจรจาขอเดินทัพผ่านประเทศไทย โดยประสงค์จะเดินทางข้ามไปยังพม่าและมลายูซึ่งเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ แต่ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีไปต่างจังหวัด


ขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่ทันได้โต้ตอบใดๆ กองทัพญี่ปุ่นก็ไม่รอช้า บุกเข้าสู่แผ่นดินไทยเมื่อเวลา 02.00 น. จากชายแดนด้านทิศตะวันออก พร้อมกับส่งกองกำลังในอ่าวไทยยกพลขึ้นบกตามแนวชายฝั่งทะเลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ โดยมีทหาร ตำรวจ ยุวชนทหาร ลูกเสือ และอาสาสมัครต่างๆ ต่อสู้ทัดทานการรุกรานในครั้งนี้ของญี่ปุ่น

และเมื่อรัฐบาลไทยพิจารณาเห็นว่าไทยมิอาจต้านทานกองกำลังญี่ปุ่นได้ ประกอบกับการที่ญี่ปุ่นสัญญาว่าจะเคารพเอกราชอธิปไตย และเกียรติภูมิของไทย รัฐบาลจึงมีคำสั่งหยุดยิงและยุติการสู้รบเมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 โดยตกลงยินยอมให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่าน แต่การสู้รบในภาคใต้ยังดำเนินอยู่จนถึงบ่ายโมง กว่าที่คำสั่งหยุดยิงจะไปถึงในสมรภูมิรบในจังหวัดต่างๆ

ต่อมา จอมพล ป.พิบูลสงคราม ตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตรทางทหารกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองดินแดนส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจลงนามทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ญี่ปุ่นจะยกดินแดนไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ซึ่งเคยตกเป็นของอังกฤษคืนให้แก่ไทย และนำไปสู่การประกาศสงครามต่อสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485

สำหรับสาเหตุที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นบุกโจมตีจีนเพื่อขยายอาณาเขตประเทศ แล้วจีนก็ขอความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาจึงงดค้าน้ำมันให้ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจึงบุกโจมตี ''เพิร์ลฮาร์เบอร์'' (ตั้งอยู่ในเกาะหนึ่งของหมู่เกาะฮาวาย) และญี่ปุ่นรุกคืบบุกโจมตีประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยัง สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า กัมพูชา ไทย จีนตอนใต้บุกฟิลิปปินส์ จนทางกองทัพสหรัฐอเมริกาต้องส่งทหารมาช่วย

และนั่นคือการเผยโฉมเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกของญี่ปุ่น คือ "เรือประจัญบานยามาโตะ" บุกโจมตีอเมริกา แต่ยุคของเรือรบกลายเป็นยุคของเครื่องบินทิ้งระเบีดเสียแล้ว ทำให้ยามาโตะล่มลงในปี ค.ศ. 1945 และต่อมาอีกไม่กี่วันระเบิดปรมาณูก็ได้ถูกทิ้งลงที่ฮิโรชิม่า แต่ญี่ปุ่นยังไม่ยอมแพ้ ทำให้สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องทิ้งปรมาณูอีก 1 ลูกที่นางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นต้องยอมแพ้สงคราม ผลจากการทิ้งระเบิดปรมาณูทำให้ญี่ปุ่นเสียทหารไปมากกว่า 190,000 คน ประชาชนราว 50,000 คน

นับจากวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 จนถึงปีนี้ 2554 นับเวลาได้ 70 ปีแล้ว นานจนทำให้คนรุ่นหลังในปัจจุบันไม่ทราบว่าในวันนั้นจักรพรรดิฮิโรฮิโตะแห่งญี่ปุ่นได้ส่งกำลังพลจู่โจมขึ้นบกตลอดฝั่งทะเลไทยด้านตะวันตก ส่วนทางบกก็รุกล้ำอธิปไตยของไทยที่พระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ (ซึ่งขณะนั้นกลับคืนมาเป็นของไทย) เคลื่อนกำลังทัพมหาศาลทะลักผ่านอรัญประเทศเข้ามา มีการสู้รบรุนแรงในทุกพื้นที่ที่ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นมา ทั้งทหาร ตำรวจยุวชนทหารและราษฎร รวมใจจะตัดสินใจอย่างไร ญี่ปุ่นยกพลเข้ารุกรานแผ่นดินไทยด้วยสาเหตุใด การรบครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็น "สงครามมืด"

สรศัลย์ แพ่งสภา ขุดคุ้ยข้อมูลนำเรื่องราวของการสู้รบ พร้อมเหตุการณ์ที่จะทำให้เข้าใจถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ในขณะที่ทำงานร่วมอยู่ในศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด รวบรวมบันทึกของผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนั้นมาถ่ายทอดเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้อดีต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อปัจจุบัน

หนังสือ สงครามมืด วันญี่ปุ่นบุกไทย จะทำให้ทราบถึงบรรยากาศ สภาวะของประเทศในเวลานั้น เสมือนกับผู้อ่านได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย นับตั้งแต่เรื่องราวบรรยากาศของงานฉลองรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2484 การทำงานของรัฐบาลยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ท่าทีของญี่ปุ่นก่อนที่จะยกพลขึ้นบกเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นที่พักพิงและเป็นทางผ่าน เป็นมหามิตรร่วมวงศ์ไพบูลย์ ประกาศสงครามต่ออังกฤษและสหรัฐอเมริกา การสู้รบของหน่วยทหารในส่วนต่างๆ เช่นที่ชุมพรรวมถึงเรื่องราวที่พลตรี ถาวร ช่วยประสิทธิ์ ที่ถ่ายทอดไว้ในเรื่อง ทหารเหลือใช้สงคราม การที่ญี่ปุ่นเปิดแนวที่ 5 ในเมืองไทยเป็นปึกแผ่น โดยกองทัพญี่ปุ่นส่งคนเข้ามาแทรกแซง ฝังตัวทำงานอยู่ในบริษัทห้างร้านต่าง ๆ โดยมีขุมข่าวใหญ่อยู่แถวไปรษณีย์กลาง บางรัก วีรกรรมของทหาร ชาวบ้าน ตำรวจและยุวชนทหาร ในจังหวัดที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ไม่ว่าจะเป็นที่ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี อรัญประเทศ ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

ในเล่มมีการบันทึกรายชื่อของเหล่าทหารหาญ และยุวชนทหารที่สู้รบจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ในสงครามมืดครั้งนี้ และผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับหลังจากที่สงครามเสร็จสิ้น จากสงครามมืด ประเทศไทยได้พบกับสงครามโลก ครั้งที่ 2 หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา จนกระทั่งญี่ปุ่นยอมแพ้ในวันที่ 15 สิงหาคม 2488 ไทยได้สูญเสียนายทหารสัญญาบัตร 143 นาย นายทหารประทวน 474 นาย พลทหาร 4,942 นาย ตำรวจสนาม 88 นาย ข้าราชการพลเรือน 310 นาย และราษฎรสามัญ ไม่มีการสำรวจเป็นทางการที่แน่นอนว่าจำนวนกี่พันคนกันแน่ มีการสร้างอนุสาวรีย์ระลึกถึงความกล้าหาญของคนไทยเราเอาไว้หลายแห่ง อาทิ อนุสาวรีย์วีรชนไทย (จ่าดำ) ที่นครศรีธรรมราช, ที่อ่าวมะนาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ

แม้ว่าเหตุการณ์ญี่ปุ่นบุกไทยจะล่วงเลยมานานถึง 70 ปีแล้ว และเชื่อว่าคนไทยเรายุคนี้ไม่ผูกใจเจ็บแค้นอะไร แต่สิ่งที่ประวัติศาสตร์ทิ้งเอาไว้คือการให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักคิดว่าเราได้อะไร การความขัดแย้งความรุนแรง..เพราะสงครามมีแต่การสูญเสีย

แต่อย่างน้อยในยามที่บ้านเราไทยอาจจะขาดความสามัคคีปรองดองกันไปบ้าง..ก็ควรจะตระหนักรู้และคาดหวังให้ทุกคนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อความเข้าใจ ระลึก และลึกซึ้งถึงความกล้าหาญและเสียสละอย่างสูงของวีรชนในอดีตที่หาได้ยากในปัจจุบัน 
 


70 ปีแห่งการจบสิ้นไปของสงคราม...สงครามที่มีแต่การสูญเสีย แต่หนังสือเล่มนี้ยังคงอยู่และอีกหน้าหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์นักรบไทย!!

นอกจากนี้ยังมีผลงานเขียนอีกมากมายของนักเขียนไทยหลายคนที่หยิบเอาภาพเหตุการณ์ญี่ปุ่นบุกไทยมาเป็นฉากในนวนิยาย แต่ที่โด่งดังที่สุดก็คือเรื่อง  คู่กรรม ของทมยันตี เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน) [1] และรวมเล่มเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 ได้เคยถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์, ภาพยนตร์และละครเวทีหลายต่อหลายครั้ง


                                                                   หนอนสีชมพู รายงาน




Share :
 
ดารา :
  คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย

การเสนอข่าว

เห็นด้วย 
0%
ไม่เห็นด้วย 
0%
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :เคที่ โฮล์มส์
ชื่อเล่น : เคที่
วันเกิด :
ค้นหาดาราอื่นๆ
ค้นหาตามตัวอักษร
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
นักเขียนคนที่ 50 ของ น.นพรัตน์ "เยี่ยกวน" กับผลงานสะท้านแผ่นดิน "พยัคฆราชซ่อนเล็บ"
29 สิงหาคม 2557 8:19 น.
สภาศิลปะจาการ์ตาเซ็นข้อตกลงร่วมมือแลกเปลี่ยนวรรณกรรมกับสมาคมนักเขียนไทยฯ
22 สิงหาคม 2557 10:36 น.
จากหนังผีอารมณ์พลุ่งพล่านแห่งปี สู่รูปแบบการ์ตูน "ฝากไว้ในกายเธอ" ผลงานความร่วมมือเรื่องล่าสุดของบ.สยามอินเตอร์ฯและบ.จีทีเอช
15 สิงหาคม 2557 9:54 น.
ทีมสื่อฯเพื่อสันติ ไทย-เขมรโชว์ผลงานสื่อเพื่อสันติภาพลดความขัดแย้ง!!
08 สิงหาคม 2557 13:05 น.
นานมีบุ๊คส์ประกาศผลรางวัล "แว่นแก้ว" ครั้งที่ 10พร้อมจัดการประกวดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 สร้างเวทีแจ้งเกิดนักเขียนแถวหน้า
01 สิงหาคม 2557 8:27 น.
ข่าวประชาสัมพันธ์
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com